Table of Contents
- ควรวัดขนาดเท้าช่วงเวลาไหน
- หลักการเลือกรองเท้าเพื่อสุขภาพ
- 1. เลือกรองเท้าส้นเตี้ย
- 2. รูปทรงรองเท้าควรเหมาะกับรูปเท้า
- 3. รองเท้าควรนุ่มแต่มีความมั่นคง
- 4. รองเท้าควรมีความยืดหยุ่น
- 5. บริเวณนิ้วเท้าต้องกว้างพอ
- 6. รองเท้าต้องมีความลึกเพียงพอ
- 7. เลือกรองเท้าที่รองรับอุ้งเท้า
- 8. พื้นรองเท้าควรช่วยลดแรงกระแทก
- 9. เลือกรองเท้าที่ระบายอากาศได้ดี
- 10. เลือกรองเท้าให้เหมาะกับกิจกรรม
- เคล็ดลับเพิ่มเติมก่อนซื้อรองเท้าเพื่อสุขภาพ
- ปรึกษาการดูแลสุขภาพเท้ากับ PBS
ก่อนจะเลือกรองเท้าเพื่อสุขภาพ คุณควรรู้ก่อนว่าลักษณะเท้าของตนเองเป็นแบบใด เพราะแต่ละคนมีรูปทรงของอุ้งเท้าและลักษณะการลงน้ำหนักที่แตกต่างกัน
หนึ่งในวิธีสังเกตเบื้องต้นคือการทดสอบแบบ Wet Test ซึ่งสามารถทำได้ง่าย ๆ ดังนี้
- วางกระดาษไว้บนพื้น
- ทำฝ่าเท้าให้เปียกเล็กน้อย
- ยืนหรือเดินลงบนกระดาษ
- สังเกตรอยเท้าที่ปรากฏบนกระดาษ
- ดูว่าลักษณะอุ้งเท้าของคุณเป็นอุ้งเท้าสูง อุ้งเท้าปกติ หรือมีลักษณะของโรคเท้าแบน
วิธีนี้เป็นเพียงการประเมินเบื้องต้น หากมีอาการปวดหรือสงสัยว่ามีความผิดปกติของโครงสร้างเท้า ควรเข้ารับการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม
ควรวัดขนาดเท้าช่วงเวลาไหน
ควรวัดขนาดเท้าในช่วงเย็น เนื่องจากหลังจากใช้งานเท้ามาตลอดทั้งวัน เท้าอาจมีขนาดใหญ่ขึ้นเล็กน้อย
การเลือกรองเท้าในช่วงเวลานี้จึงช่วยให้ได้รองเท้าที่สามารถสวมใส่ได้สบายตลอดทั้งวัน ไม่รู้สึกคับเมื่อเท้าขยายจากการยืนหรือเดินเป็นเวลานาน
หลักการเลือกรองเท้าเพื่อสุขภาพ
เมื่อทราบลักษณะอุ้งเท้าของตนเองแล้ว สามารถเลือกหารองเท้าที่เหมาะสมโดยพิจารณาจากปัจจัยต่อไปนี้
1. เลือกรองเท้าส้นเตี้ย
รองเท้าส้นสูงทำให้น้ำหนักของร่างกายถูกถ่ายไปยังบริเวณหน้าเท้าและข้อต่อนิ้วเท้ามากขึ้น
หากหลีกเลี่ยงการใส่รองเท้าส้นสูงไม่ได้ ควรเลือกระดับความสูงที่ไม่มากเกินไปและไม่ใส่ต่อเนื่องเป็นเวลานาน
2. รูปทรงรองเท้าควรเหมาะกับรูปเท้า
เลือกรองเท้าที่มีรูปทรงใกล้เคียงกับลักษณะฝ่าเท้าของตนเองและสวมใส่ได้อย่างสบาย
ตัวอย่างเช่น หากเป็นโรคเท้าแบน ควรเลือกรองเท้าที่สามารถรองรับบริเวณกลางฝ่าเท้าหรืออุ้งเท้าได้เหมาะสม
3. รองเท้าควรนุ่มแต่มีความมั่นคง
รองเท้าควรให้ความรู้สึกสบายขณะสวมใส่ แต่ไม่ควรนิ่มจนไม่สามารถพยุงเท้าได้
โครงสร้างรองเท้าที่มีความมั่นคงในระดับเหมาะสมจะช่วยรองรับเท้าและเพิ่มความมั่นคงขณะยืนหรือเดิน
4. รองเท้าควรมีความยืดหยุ่น
รองเท้าควรสามารถบิดหรือโค้งได้เล็กน้อย เพื่อให้สอดคล้องกับการเคลื่อนไหวตามธรรมชาติของเท้า
แต่ไม่ควรอ่อนหรือบิดได้ง่ายจนไม่สามารถรองรับเท้าได้อย่างเหมาะสม
5. บริเวณนิ้วเท้าต้องกว้างพอ
บริเวณด้านหน้าของรองเท้าควรมีพื้นที่เพียงพอให้นิ้วเท้าขยับได้อย่างเป็นธรรมชาติ
ระหว่างนิ้วเท้าที่ยาวที่สุดกับปลายรองเท้าควรมีพื้นที่เหลือพอสมควร เพื่อไม่ให้นิ้วถูกกดหรือเสียดสีกับรองเท้าขณะเดิน
6. รองเท้าต้องมีความลึกเพียงพอ
รองเท้าควรมีพื้นที่ทั้งด้านหน้าและด้านบนเพียงพอสำหรับนิ้วเท้า โดยเฉพาะผู้ที่มีนิ้วเท้าผิดรูป นิ้วงุ้ม หรือลักษณะเท้าที่ต้องการพื้นที่มากกว่าปกติ
หากรองเท้าตื้นหรือบีบมากเกินไป อาจทำให้เกิดแรงกดและการเสียดสีบริเวณนิ้วเท้าได้
7. เลือกรองเท้าที่รองรับอุ้งเท้า
หากรองเท้าที่ใช้อยู่ไม่มีส่วนรองรับอุ้งเท้า สามารถพิจารณาเพิ่มแผ่นรองเท้าที่เหมาะสมได้
ควรเลือกแผ่นรองที่
- พอดีกับรองเท้า
- ไม่ทำให้นิ้วเท้าถูกเบียด
- ไม่ทำให้ส้นเท้าหลุดจากรองเท้า
- รองรับอุ้งเท้าในตำแหน่งที่เหมาะสม
เช่น หากเป็นโรคเท้าแบน อาจพิจารณาใช้แผ่นรองเท้าสำหรับเท้าแบนที่เหมาะกับสรีระของตนเอง
8. พื้นรองเท้าควรช่วยลดแรงกระแทก
พื้นรองเท้าควรมีทั้งความยืดหยุ่นและความมั่นคงในระดับเหมาะสม เพื่อช่วยรองรับแรงที่เกิดขึ้นขณะยืนและเดิน
โดยเฉพาะบริเวณหน้าเท้าและส้นเท้าที่ต้องรับน้ำหนักและแรงกระแทกอย่างต่อเนื่อง
9. เลือกรองเท้าที่ระบายอากาศได้ดี
วัสดุของรองเท้าควรช่วยระบายอากาศและลดความอับชื้นภายในรองเท้า
ควรหลีกเลี่ยงรองเท้าที่ทำจากวัสดุซึ่งระบายอากาศได้ไม่ดี หากต้องสวมใส่เป็นเวลานาน
10. เลือกรองเท้าให้เหมาะกับกิจกรรม
รองเท้าแต่ละประเภทถูกออกแบบมาเพื่อกิจกรรมที่แตกต่างกัน เช่น
- รองเท้าสำหรับเดิน ควรรองรับแรงบริเวณส้นเท้าและมีความยืดหยุ่นบริเวณหน้าเท้า
- รองเท้าวิ่ง ควรรองรับแรงกระแทกและมีโครงสร้างที่เหมาะกับการเคลื่อนไหวขณะวิ่ง
- รองเท้าทำงาน ควรเหมาะกับระยะเวลาการยืนและลักษณะงานของผู้สวมใส่
การเลือกรองเท้าตรงตามกิจกรรมจะช่วยให้เท้าได้รับการรองรับอย่างเหมาะสมมากขึ้น
เคล็ดลับเพิ่มเติมก่อนซื้อรองเท้าเพื่อสุขภาพ
เวลาซื้อรองเท้าควรลองสวมแล้วลุกขึ้นยืนและเดินจริง เพื่อสังเกตว่ารองเท้ามีจุดกด เจ็บ หรือหลวมเกินไปหรือไม่
ไม่ควรเลือกรองเท้าจากหมายเลขไซส์เพียงอย่างเดียว เพราะขนาดและรูปทรงของรองเท้าแต่ละแบรนด์อาจแตกต่างกัน รวมถึงรูปเท้าของเราเองก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามอายุและการใช้งาน
หากต้องการเลือกรองเท้าหรือแผ่นรองเท้าเพื่อดูแลสุขภาพเท้า และมีอาการปวดหรือความผิดปกติของรูปเท้าร่วมด้วย ควรเข้ารับการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อเลือกให้เหมาะกับสรีระของแต่ละบุคคล
ปรึกษาการดูแลสุขภาพเท้ากับ PBS
สำหรับผู้ที่มีอาการเท้าแบน ปวดเท้า หรือไม่แน่ใจว่าควรเลือกรองเท้าและแผ่นรองเท้าแบบใด สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกับ PBS ได้ที่
Facebook: PBSofficial.TH
Line official: @pbs.official
FAQ แผ่นรองเท้า
แผ่นรองเท้าคืออะไร?
แผ่นรองเท้า (Orthotic insoles) คือ อุปกรณ์ที่ใส่ในรองเท้าเพื่อช่วยรองรับอุ้งเท้า ปรับการลงน้ำหนักและลดการผิดรูป รวมถึงช่วยลดแรงกดบางจุดอีกด้วย
แผ่นรองเท้าช่วยอะไรได้บ้าง?
แผ่นรองเท้าช่วยลดอาการจากปัญหาเท้าแบน รองช้ำ ปวดส้นเท้า เจ็บหน้าเท้า และการลงน้ำหนักผิดปกติ อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละคน ขึ้นอยู่กับลักษณะเท้า อาการ และการใช้งานในชีวิตประจำวัน
แผ่นรองเท้าสำเร็จรูปกับเฉพาะบุคคลต่างกันอย่างไร?
แผ่นรองเท้าแบบสำเร็จรูปใช้รูปร่างและขนาดมาตรฐานของเท้า ส่วนแผ่นรองเท้าแบบเฉพาะบุคคลออกแบบตามรูปร่างเท้าและลักษณะการลงน้ำหนักของแต่ละคน จึงอาจเหมาะกับผู้ที่มีเท้าผิดรูปหรืออาการซับซ้อนมากกว่า
สนใจสินค้า แผ่นรองเท้า เท้าแบน หรือต้องการปรึกษาปัญหา เท้าผิดรูป ปรับรูปเท้า ออฟฟิศซินโดรม กับหมอรักษาเท้ามืออาชีพ ติดต่อได้ที่ :
แหล่งที่มา
https://www.solescience.ca/footwear-education/
https://www.uofmhealth.org/health-library/tn7285
https://www.footcaremd.org/resources/how-to-help/10-points-of-proper-shoe-fit






