Table of Contents
อาการเท้าแบนในเด็กสามารถพบได้ในทุกช่วงวัยโดยเด็กแรกเกิดส่วนมากมักเกิดมาพร้อมกับลักษณะอาการของโรคเท้าแบน
เมื่อร่างกายมีพัฒนาการขึ้นส่วนของเท้าจะมีการเจริญเติบโตและพัฒนาความโค้งของอุ้งเท้าจนสามารถใช้งานเท้าได้อย่างเต็มที่ มีส่วนช่วยในการ
- กระจายน้ำหนัก
- การรับน้ำหนักตัวที่เพิ่มมากขึ้น
- รองรับแรงกระแทกจากการเดินหรือวิ่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แต่ในเด็กบางคนอาจพบว่าฝ่าเท้ามีพัฒนาการไม่ดีนักโดยไม่เกิดการพัฒนาในส่วนโค้งของอุ้งเท้าซึ่งอาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น
- กรรมพันธุ์
- เอ็นข้อเท้าหย่อน
- การพัฒนาที่ผิดปกติของกล้ามเนื้อ
- การเชื่อมต่อกันอย่างผิดปกติของกระดูกข้อเท้า
- การมีโรคประจำตัวอื่น ๆ
ทำให้เด็กเกิดอาการเท้าแบนอย่างถาวร
วิธีสังเกตอาการเท้าแบนในเด็ก
อาการเท้าแบนในเด็กสามารถสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนจาก
- การบิดงอผิดรูปหักเข้าหากันด้านในของข้อเท้า
- มีฝ่าเท้าที่ชี้ออกด้านนอก
- มีพื้นที่เกือบทั้งหมดของฝ่าเท้าสัมผัสกับพื้นในขณะยืนหรือเคลื่อนไหว
- มีลักษณะท่าทางการเดินที่ผิดปกติ
นอกจากจะทำให้เด็กเสียบุคลิกภาพการเดินแล้วการมีอาการของโรคเท้าแบนในเด็กยังสามารถสร้างความเจ็บปวดบริเวณ
- เท้า
- ข้อเท้า
- เข่า
- หลัง
ได้อีกด้วย
อาการเหล่านี้เป็นสาเหตุที่บ่งชี้ถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับเท้า ทำให้การรับน้ำหนัก การกระจายน้ำหนัก และการรับแรงกระแทกขณะเคลื่อนไหวร่างกายเป็นไปอย่างไม่สมดุล จนอาจถึงขั้นรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันและอาจทำให้เกิดอาการรุนแรงขึ้นตามมา หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี
ผู้ปกครองควรสังเกตความผิดปกติของเท้าในเด็ก
หากเป็นเด็กเล็กอาจไม่สามารถบอกถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับตัวเองได้ผู้ปกครองจึงควรสังเกตความผิดปกติเหล่านี้ในเด็กอย่างใกล้ชิด
ถึงแม้ว่าในผู้ป่วยบางรายอาจยังไม่พบอาการเจ็บปวดเท้าในช่วงวัยเด็กแต่เมื่อร่างกายมีการเจริญเติบโตและมีน้ำหนักตัวมากขึ้นอาจส่งผลกระทบระยะยาวในอนาคต
ดังนั้นผู้ปกครองควรพาเด็กเข้าพบนักกายภาพบำบัดหรือหมอรักษาเท้า เพื่อวิเคราะห์สาเหตุ หาแนวทางการป้องกันอาการรุนแรง และรักษาอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นโดยเร็ว
แนวทางรักษาโรคเท้าแบนในเด็ก
การรักษาอาการของโรคเท้าแบนในเด็กสามารถเลือกทำได้สองวิธีหลักคือ การผ่าตัดเพื่อติดตั้งเครื่องมือจัดตำแหน่งของกระดูกข้อเท้า
โดยวิธีการนี้อาจเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องใช้เวลาในการเตรียมตัว มีการพักฟื้นที่ยาวนาน และมีค่าใช้จ่ายที่สูง
แต่ยังมีอีกหนึ่งทางเลือกที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันคือ การเลือกใช้แผ่นรองเท้า เท้าแบนชนิดพิเศษเฉพาะบุคคล เพื่อจัดตำแหน่งของกระดูกข้อเท้าให้อยู่ในระนาบที่สมดุล
โดยวิธีการหลังนี้จะสามารถช่วยรักษาอาการโรคเท้าแบนได้จากต้นเหตุเช่นเดียวกัน ทำให้เด็กสามารถสวมใส่รองเท้าและทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างสบายมากยิ่งขึ้น และลดความเจ็บปวดจากอาการเท้าแบนได้อย่างทันทีตั้งแต่เริ่มใช้
แผ่นรองเท้าพิเศษเฉพาะบุคคลช่วยอย่างไร
แผ่นรองเท้าพิเศษที่ออกแบบมาเฉพาะบุคคลมีความจำเป็นอย่างมาก เพื่อการป้องกันและรักษาอาการเท้าแบนในเด็กที่มีความแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
โดยมีการเลือกใช้วัสดุพิเศษมีความทนทานฟิตพอดีกับลักษณะทางกายวิภาคของฝ่าเท้าแต่ละบุคคล ช่วยทำหน้าที่ในการ
- ปรับรูปเท้า
- จัดระนาบของกระดูกข้อเท้า
- กระจายน้ำหนักบนฝ่าเท้าอย่างสมดุลในเวลาเดียวกัน
จึงสามารถทำให้เด็กที่มีความผิดปกติของฝ่าเท้าและข้อเท้าสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่าปกติอีกครั้ง
ปรึกษาการเลือกใช้แผ่นรองเท้าพิเศษเฉพาะบุคคล
สำหรับท่านที่สนใจแผ่นรองเท้า เท้าแบนหรือพื้นรองเท้าสุขภาพเฉพาะบุคคล PBS สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือปรึกษาการใช้แผ่นรองเท้าเฉพาะบุคคลได้ที่
Facebook: PBSofficial.TH
Line official: @pbs.official
FAQ ลักษณะ/อาการความผิดปกติที่พบได้บ่อย
เท้าแบนในเด็ก (Pediatric Flexible Flatfoot) คืออะไร?
เท้าแบนในเด็กคือลักษณะเท้าที่บริเวณอุ้งเท้าด้านในล้มลงหรือแบนราบไปกับพื้น โดยเฉพาะในขณะยืนรับน้ำหนักตัว พบได้ในเด็กหรืออยู่ในช่วงวัยที่กำลังเติบโต
เท้าแบนในเด็ก (Pediatric Flexible Flatfoot) ผลเสียที่ตามมาหากละเลย
ถึงแม้ว่าเท้าแบนในเด็กจะมีโอกาสหายได้เองเมื่อเริ่มโตขึ้น แต่อย่างไรก็ตามหากไม่ได้รับการติดตามอาการหรือดูแล ลักษณะเท้าที่ผิดรูปอาจส่งผลทำให้เกิดอาการเจ็บ ปวด เมื่อย หรือท่าทางการเดินที่ผิดปกติได้ และเท้าสามารถผิดรูปเพิ่มขึ้นได้
เท้าแบนในเด็ก (Pediatric Flexible Flatfoot) จำเป็นต้องรักษาไหม?
ผู้ปกครองควรสังเกตอาการเป็นประจำ หากเด็กมีลักษณะเท้าที่ผิดรูปมากขึ้น มีอาการปวด หรือส่งผลต่อการเดินและการดำเนินชีวิต ควรปรีกษาแพทย์และผู้เชี่ยวชาญ
เท้าแบนในเด็ก (Pediatric Flexible Flatfoot) ใส่แผ่นรองเท้านานขนาดไหนถึงเริ่มเห็นผล?
อาการปวดที่เกิดจากเท้าแบนมักจะดีขึ้นภายในระยะเวลาประมาณ 1 เดือน หลังใช้แผ่นรองเท้าเป็นประจำ ในส่วนของการปรับแก้ความผิดรูป มีปัจจัยอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น ระยะเวลาในการใส่ ความยืดหยุ่นของเท้าและกล้ามเนื้อ ระดับการผิดรูปและน้ำหนักตัว แต่ส่วนมากมักจะสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ ประมาณ 6-12 เดือน หลังใส่





