การที่ลูกเดินกะเผลกเป็นความผิดปกติของลักษณะท่าทางการเดินที่สามารถพบได้ทั้งวัยเด็กและผู้ใหญ่เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ
ในผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการไม่สบายเท้าหรืออาจรู้สึกเจ็บปวดเท้าอย่างรุนแรงขณะเดินจนไม่สามารถลงน้ำหนักตัวบนขาหรือเท้าข้างที่เจ็บได้ ทำให้มีการเดินลงน้ำหนักที่ไม่เท่ากันของเท้าทั้งสองข้าง
และในผู้ป่วยบางรายอาจไม่สามารถงอเข่าในการเดินทำให้เกิดลักษณะการที่ลูกเดินกะเผลกขึ้น นอกจากผู้ป่วยจะมีท่าทางการเดินที่ผิดปกติแล้วยังสามารถพบอาการปวดบริเวณ
- หลัง
- สะโพก
- ขา
- เท้า
ร่วมด้วย
วิธีสังเกตอาการเดินกะเผลกในเด็ก
ในผู้ป่วยวัยเด็กหากพบว่ามีท่าทางการเดินที่แปลกไปหรือหกล้มอยู่บ่อย ๆ อาจหมายถึงมีความเจ็บปวดขณะเคลื่อนไหว ผู้ปกครองจึงควรสังเกตลักษณะการเดินที่ผิดปกติของเด็กอย่างใกล้ชิด
แต่ในขณะเดียวกันผู้ป่วยบางรายอาจไม่มีความรู้สึกเจ็บก็เป็นได้ และหากมีความผิดปกติของการเดินที่ไม่มากนักผู้ป่วยอาจไม่รู้ถึงความผิดปกติของการเดินของตนเอง
การรับรู้ถึงการเดินที่ผิดปกติมักจะได้รับการบอกจากผู้อื่นที่สังเกตเห็นถึงความผิดปกติของการเดินของผู้ป่วย
หากไม่แน่ใจว่าตนเองมีความผิดปกติของการเดินหรือไม่สามารถ
- ให้ผู้อื่นลองสังเกตท่าทางการเดิน
- สังเกตจากพื้นรองเท้าที่มีการสึกหรอไม่เท่ากันโดยเฉพาะบริเวณส้นรองเท้า
ซึ่งสามารถบอกถึงความผิดปกติของการเดินเบื้องต้นได้ด้วยตัวเอง
สาเหตุที่ทำให้ลูกเดินกะเผลก
อาการลูกเดินกะเผลกอาจมีความสัมพันธ์กับความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับกระดูกข้อต่อในส่วนต่าง ๆ เช่น
- ข้อเข่า
- ข้อเท้า
- กระดูกสะโพก
อาจรวมไปถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับกล้ามเนื้อมัดต่าง ๆ บริเวณขาและเท้าหรือความผิดปกติของสมองได้เช่นเดียวกัน
การวิเคราะห์ลักษณะท่าทางการเดินที่ผิดปกติจะทำให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถวินิจฉัยถึงสาเหตุของความผิดปกติและเลือกแนวทางการรักษาได้อย่างตรงจุดให้กับผู้ป่วย
โรคเท้าแบนกับอาการเดินกะเผลก
อีกหนึ่งสาเหตุที่พบได้บ่อยของการมีท่าทางการเดินที่ผิดปกติคืออาการของโรคเท้าแบน ซึ่งจะส่งผลอย่างมากต่อการเดินและการเคลื่อนไหวทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน
การหายไปของส่วนเว้าส่วนโค้งของฝ่าเท้าหรืออุ้งเท้า ในผู้ที่มีอาการเท้าแบนมีผลต่อแรงส่งในการก้าวขาทำให้ประสิทธิภาพในการเดินลดลง
อาการดังกล่าวสามารถพบได้บ่อยในผู้สูงอายุและมักมีอาการข้อเท้าล้มร่วมด้วย จึงทำให้บริเวณขาและเท้ารับน้ำหนักตัวได้อย่างไม่มีประสิทธิภาพ นำไปสู่การบาดเจ็บบริเวณเท้าและฝ่าเท้าในที่สุด และเกิดความเจ็บปวดขึ้นในขณะเดิน
แนวทางรักษาอาการเดินกะเผลก
โดยวิธีการรักษาในปัจจุบันสามารถเลือกได้หลากหลายวิธี เช่น
- การผ่าตัด
- การทำกายภาพบำบัด
- การออกกำลังกายเฉพาะจุด
แต่ยังมีอีกหนึ่งวิธีที่มีความสะดวกและได้รับความนิยมคือ การเลือกใช้แผ่นรองเท้าพิเศษหรือพื้นรองเท้าสุขภาพเฉพาะบุคคลซึ่งเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการรักษาที่ไม่ต้องใช้การผ่าตัด
แผ่นรองเท้าพิเศษเฉพาะบุคคลช่วยอย่างไร
แผ่นรองเท้าพิเศษถูกออกแบบมาเพื่อ
- ช่วยชดเชยส่วนเว้าส่วนโค้งของฝ่าเท้า
- จัดตำแหน่งของกระดูกข้อเท้าให้อยู่ในระนาบที่สมดุล
นอกจากนี้ยังสามารถรักษาอาการลูกเดินกะเผลกที่มีสาเหตุร่วมจากการมีความยาวของขาทั้งสองข้างไม่เท่ากันได้อีกด้วย
โดยแผ่นรองเท้าเฉพาะบุคคลที่เสริมด้วยวัสดุพิเศษจะช่วยชดเชยความยาวของขาซึ่งจะสามารถช่วยรักษาอาการเดินกะเผลกได้จากต้นเหตุและลดความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น
หากสังเกตพบการเดินที่ผิดปกติควรเข้าพบนักกายภาพบำบัดเพื่อวิเคราะห์หาสาเหตุและวางแผนแนวทางการรักษา
ปรึกษาการเลือกใช้แผ่นรองเท้าพิเศษเฉพาะบุคคล
สำหรับท่านที่สนใจในแผ่นรองเท้า เท้าแบนแบบพิเศษเฉพาะบุคคล PBS สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือปรึกษาการเลือกใช้แผ่นรองเท้าพิเศษเฉพาะบุคคลได้ที่
Facebook: PBSofficial.TH
Line official: @pbs.official
FAQ ลักษณะ/อาการความผิดปกติที่พบได้บ่อย
เท้าแบนในเด็ก (Pediatric Flexible Flatfoot) คืออะไร?
เท้าแบนในเด็กคือลักษณะเท้าที่บริเวณอุ้งเท้าด้านในล้มลงหรือแบนราบไปกับพื้น โดยเฉพาะในขณะยืนรับน้ำหนักตัว พบได้ในเด็กหรืออยู่ในช่วงวัยที่กำลังเติบโต
เท้าแบนในเด็ก (Pediatric Flexible Flatfoot) ผลเสียที่ตามมาหากละเลย
ถึงแม้ว่าเท้าแบนในเด็กจะมีโอกาสหายได้เองเมื่อเริ่มโตขึ้น แต่อย่างไรก็ตามหากไม่ได้รับการติดตามอาการหรือดูแล ลักษณะเท้าที่ผิดรูปอาจส่งผลทำให้เกิดอาการเจ็บ ปวด เมื่อย หรือท่าทางการเดินที่ผิดปกติได้ และเท้าสามารถผิดรูปเพิ่มขึ้นได้
เท้าแบนในเด็ก (Pediatric Flexible Flatfoot) จำเป็นต้องรักษาไหม?
ผู้ปกครองควรสังเกตอาการเป็นประจำ หากเด็กมีลักษณะเท้าที่ผิดรูปมากขึ้น มีอาการปวด หรือส่งผลต่อการเดินและการดำเนินชีวิต ควรปรีกษาแพทย์และผู้เชี่ยวชาญ
เท้าแบนในเด็ก (Pediatric Flexible Flatfoot) ใส่แผ่นรองเท้านานขนาดไหนถึงเริ่มเห็นผล?
อาการปวดที่เกิดจากเท้าแบนมักจะดีขึ้นภายในระยะเวลาประมาณ 1 เดือน หลังใช้แผ่นรองเท้าเป็นประจำ ในส่วนของการปรับแก้ความผิดรูป มีปัจจัยอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น ระยะเวลาในการใส่ ความยืดหยุ่นของเท้าและกล้ามเนื้อ ระดับการผิดรูปและน้ำหนักตัว แต่ส่วนมากมักจะสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ ประมาณ 6-12 เดือน หลังใส่
สนใจสินค้า แผ่นรองเท้า เท้าแบน หรือต้องการปรึกษาปัญหา เท้าผิดรูป ปรับรูปเท้า ออฟฟิศซินโดรม กับหมอรักษาเท้ามืออาชีพ ติดต่อได้ที่ :





