ทำไมเอ็นร้อยหวายถึงอักเสบซ้ำ? คำตอบอาจอยู่ที่

ทำไมเอ็นร้อยหวายถึงอักเสบซ้ำ? คำตอบอาจอยู่ที่ "เท้า"


1 minute read

Listen to article
Audio is generated by AI and may have slight pronunciation nuances.

Table of Contents

หลายคนอาจเคยมีอาการปวดบริเวณด้านหลังข้อเท้าหรือเหนือส้นเท้า โดยเฉพาะในช่วงก้าวแรกหลังตื่นนอน หลังออกกำลังกาย หรือเมื่อเดินเป็นเวลานาน จนเข้าใจว่าเป็นเพียงอาการเมื่อยล้าจากการใช้งาน แต่ในความเป็นจริง อาการดังกล่าวอาจเกิดจาก เอ็นร้อยหวายตึง (Achilles tendon tightness) หรือ เอ็นร้อยหวายอักเสบ (Achilles tendinopathy) ซึ่งเป็นภาวะที่พบได้บ่อยและสามารถส่งผลต่อการเดิน การทรงตัว และการใช้ชีวิตประจำวัน

ในผู้ป่วยบางราย ปัญหานี้อาจไม่ได้เกิดจากเอ็นร้อยหวายเพียงอย่างเดียว แต่ยังสัมพันธ์กับ โครงสร้างของเท้า โดยเฉพาะภาวะ เท้าแบน (Flat Foot) ที่ทำให้รูปแบบการลงน้ำหนักเปลี่ยนไป และเพิ่มภาระให้กับเอ็นร้อยหวายในระหว่างการเดิน

เอ็นร้อยหวายคืออะไร?

เอ็นร้อยหวายเป็นเส้นเอ็นที่แข็งแรงที่สุดในร่างกาย ทำหน้าที่เชื่อมกล้ามเนื้อน่องกับกระดูกส้นเท้า มีบทบาทสำคัญในการเดิน วิ่ง กระโดด และการเขย่งปลายเท้า ทุกครั้งที่เราก้าวเดิน จะช่วยส่งแรงจากกล้ามเนื้อน่องลงสู่เท้าเพื่อให้ร่างกายเคลื่อนที่ไปข้างหน้า

เมื่อได้รับแรงซ้ำ ๆ มากเกินไป หรือมีความตึงมากกว่าปกติ อาจเกิดการระคายเคืองและการเสื่อมของเส้นเอ็น ส่งผลให้เกิดอาการปวด ตึง หรือบวมบริเวณด้านหลังข้อเท้า โดยเฉพาะหลังใช้งานหรือในช่วงเช้าหลังตื่นนอน

เท้าแบนเกี่ยวข้องกับเอ็นร้อยหวายอย่างไร?

ในผู้ที่มีภาวะเท้าแบน อุ้งเท้าจะยุบตัวลงเมื่อรับน้ำหนัก ทำให้เท้ามีแนวโน้มหมุนเข้าด้านในมากกว่าปกติ (Overpronation) เมื่อแนวของเท้าเปลี่ยนไป เอ็นร้อยหวายจึงต้องรับแรงดึงและแรงบิดมากขึ้นในระหว่างการเดินหรือวิ่ง

แม้ว่าภาวะเท้าแบนจะไม่ใช่สาเหตุของเอ็นร้อยหวายอักเสบในผู้ป่วยทุกคน แต่มีหลักฐานว่าความผิดปกติของโครงสร้างเท้าและการลงน้ำหนักที่เปลี่ยนไปสามารถเพิ่มภาระต่อเอ็นร้อยหวาย และอาจเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้อาการเกิดขึ้นหรือฟื้นตัวได้ช้าลงในบางราย

อาการที่พบได้บ่อย

ผู้ที่มีเอ็นร้อยหวายตึงหรืออักเสบอาจมีอาการ เช่น

  • ปวดบริเวณด้านหลังข้อเท้าหรือเหนือส้นเท้า

  • ปวดในก้าวแรกหลังตื่นนอน หรือหลังนั่งพักเป็นเวลานาน

  • รู้สึกตึงบริเวณน่อง

  • ปวดมากขึ้นเมื่อเดิน วิ่ง ขึ้นบันได หรือเขย่งเท้า

  • ในบางรายอาจมีอาการบวม หรือกดเจ็บบริเวณเส้นเอ็น

หากปล่อยให้อาการเป็นต่อเนื่องโดยไม่ได้รับการดูแล อาจทำให้การเดินผิดปกติ ส่งผลให้เกิดอาการปวดบริเวณข้อเท้า เข่า สะโพก หรือหลังตามมาได้จากการชดเชยการเคลื่อนไหว

ดูแลรักษาอย่างไร?

การรักษามักเริ่มจากการรักษาแบบไม่ผ่าตัด (Conservative treatment) โดยขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของอาการ เช่น

  • ลดกิจกรรมที่กระตุ้นอาการในช่วงที่ปวดมาก

  • การยืดกล้ามเนื้อน่องอย่างเหมาะสม

  • การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อน่องตามคำแนะนำของบุคลากรทางการแพทย์

  • การเลือกรองเท้าที่รองรับเท้าได้ดีและเหมาะกับกิจกรรม

ในกรณีที่พบร่วมกับ ภาวะเท้าแบนหรือการลงน้ำหนักที่ผิดปกติ การใช้ แผ่นรองเท้าเฉพาะบุคคล อาจเป็นส่วนหนึ่งของการรักษา โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยพยุงอุ้งเท้า ปรับแนวการลงน้ำหนัก และเพิ่มความมั่นคงของเท้า ซึ่งอาจช่วยลดแรงที่ส่งผ่านไปยังเอ็นร้อยหวายในระหว่างการเดินได้ อย่างไรก็ตาม การเลือกใช้ แผ่นรองเท้าเฉพาะบุคคล ควรอาศัยการตรวจประเมินจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้เหมาะสมกับลักษณะความผิดปกติของแต่ละบุคคล

เมื่อไรควรพบผู้เชี่ยวชาญ?

หากมีอาการปวดติดต่อกันเกิน 2–4 สัปดาห์ ปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ เดินลงน้ำหนักลำบาก หรือมีอาการปวดร่วมกับเท้าแบน ข้อเท้าล้ม หรือรูปแบบการเดินเปลี่ยนไป ควรเข้ารับการตรวจประเมินจากแพทย์หรือนักกายอุปกรณ์ เพื่อค้นหาสาเหตุที่แท้จริง

เนื่องจากในหลายกรณี การรักษาเฉพาะอาการปวดเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากยังมีความผิดปกติของโครงสร้างเท้าหรือการลงน้ำหนักร่วมด้วย การประเมินอย่างละเอียดจะช่วยให้สามารถเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสม ทั้งการออกกำลังกาย การเลือกรองเท้า และการใช้แผ่นรองเท้าเฉพาะบุคคล เพื่อช่วยลดอาการและเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ชีวิตประจำวันได้ในระยะยาว

ที่ PBS เรามีทีมนักกายอุปกรณ์พร้อมให้คำแนะนำและให้บริการกายอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นแผ่นรองเท้าเฉพาะบุคคล สำหรับผู้ที่มีความผิดปกติที่เท้า และอุปกรณ์ประคองเท้าและข้อเท้า 
(Ankle Foot Orthosis) เพื่อช่วยในการเดินเหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการเท้าตก 

ท่านที่สนใจเลือกใช้ แผ่นรองเท้าสำหรับโรครองช้ำ เท้าแบน เท้าผิดรูป หรืออุปกรณ์ประคองเท้าและข้อเท้าสำหรับช่วยในการเดิน 

สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือปรึกษาการเลือกใช้แผ่นรองเท้าเฉพาะบุคคล PBS และอุปกรณ์ประคองเท้าและข้อเท้าได้ที่สาขาใกล้บ้านท่าน

Facebook: PBSofficial.TH

Line official: @pbs.official

FAQ ลักษณะ/อาการความผิดปกติที่พบได้บ่อย

อาการเอ็นร้อยหวายตึง (Achilles Tendon Tightness) คืออะไร?

อาการเอ็นร้อยหวายตึงคืออาการที่เอ็นร้อยหวายที่อยู่บริเวณระหว่างน่องและกระดูกส้นเท้าขาดความหยืดหยุ่น ซึ่งสามารถส่งผลทำให้การขยับของข้อเท้าถูกจำกัด เช่น การกระดกข้อเท้า (Dorsiflexion) โดยสามารถมีสาเหตุพัฒนามาจากลักษณะเท้าที่ผิดรูปได้ เช่น เท้าแบน เดินเขย่ง

อาการเอ็นร้อยหวายตึง (Achilles Tendon Tightness) ผลเสียที่ตามมาหากละเลย

หากปล่อยไว้อาการเอ็นร้อยหวายตึงสามารถทำให้เกิดอาการเจ็บที่ส้น เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นรองช้ำหรือเอ็นพยุงอุ้งเท้าอักเสบ และส่งผลต่อท่าทางการเดินหรือวิ่งได้

อาการเอ็นร้อยหวายตึง (Achilles Tendon Tightness) จำเป็นต้องรักษาไหม?

ควรได้รับการรักษา มีจุดประสงค์เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาเรื้อรังและอาการปวดที่เกี่ยวข้อง โดยการรักษาด้วยการใช้แผ่นรองเท้ามีจุดประสงค์เพื่อควบคุมและปรับดัดเท้าที่ผิดรูปทำให้ความเครียดที่เกิดกับเอ็นร้อยหวายลดลง ปรับลักษณะการเดินให้ดีขึ้น

อาการเอ็นร้อยหวายตึง (Achilles Tendon Tightness) ใส่แผ่นรองเท้านานขนาดไหนถึงเริ่มเห็นผล?

อาการปวด และพิสัยการขยับของข้อเท้ามักจะดีขึ้นภายใน 1-2 เดือน หลังใช้แผ่นรองเท้าเป็นประจำหรือเมื่อทำกิจกรรมที่มักมีอาการปวด ขึ้นอยู่กับระดับความหนักของอาการตึงและอาการแทรกซ้อนอื่นๆ และแนะนำให้ทำการบริหารยืดกล้ามเนื้อน่องและเอ็นร้อยหวายควบคู่กันเป็นประจำ

 

สนใจสินค้า แผ่นรองเท้า เท้าแบน หรือต้องการปรึกษาปัญหา เท้าผิดรูป ปรับรูปเท้า ออฟฟิศซินโดรม กับหมอรักษาเท้ามืออาชีพ ติดต่อได้ที่ :

ที่มา

« Back to Blog

สอบถามเพิ่มเติม