นักวิ่งต้องรู้ โรคเท้าแบน ภัยร้ายที่สร้างปัญหาให้มากกว่าที่คิด

นักวิ่งต้องรู้ โรคเท้าแบน ภัยร้ายที่สร้างปัญหาให้มากกว่าที่คิด


1 minute read

Listen to article
Audio is generated by AI and may have slight pronunciation nuances.

Table of Contents

ไม่ว่าคุณจะเป็นนักวิ่งสายออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ นักวิ่งที่ซ้อมอย่างจริงจังเพื่อเข้าแข่งขัน หรือวิ่งในระดับนักกีฬา การมีสุขภาพร่างกายและสรีระที่เหมาะสมย่อมช่วยลดความเสี่ยงต่ออาการบาดเจ็บ และช่วยให้สามารถวิ่งได้ตามเป้าหมายที่วางไว้

แต่สิ่งหนึ่งที่นักวิ่งบางคนอาจไม่ทันสังเกต และเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการบาดเจ็บซ้ำ ๆ คือ “โรคเท้าแบน

การทำความเข้าใจลักษณะของเท้าแบนและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น จึงเป็นเรื่องสำคัญสำหรับคนที่ต้องการวิ่งและออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง

อาการบาดเจ็บของนักวิ่งที่อาจเกี่ยวข้องกับโรคเท้าแบน

นักวิ่งบางคนที่ไม่รู้ว่าตนเองมีปัญหาเท้าผิดรูปหรือเท้าแบน อาจมีอาการเจ็บเกิดขึ้นซ้ำ ๆ ในบริเวณต่าง ๆ เช่น

  • ข้อเท้าด้านใน
  • หัวเข่า
  • หน้าแข้งด้านใน
  • ฝ่าเท้า
  • ส้นเท้า

เมื่อโครงสร้างเท้าและการลงน้ำหนักไม่สมดุล การวิ่งซ้ำ ๆ อาจเพิ่มแรงที่กระทำต่อกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น และกระดูกบริเวณขาและเท้า

หากปล่อยไว้โดยไม่ประเมินสาเหตุที่แท้จริง อาการอาจกลับมาเกิดขึ้นทุกครั้งที่วิ่ง และในบางกรณีอาจพัฒนาไปเป็นการบาดเจ็บที่รุนแรงมากขึ้นจนต้องหยุดพักการวิ่ง

สังเกตอย่างไรว่าตนเองอาจมีภาวะเท้าแบน

หากรู้สึกว่าตนเองมีอาการบาดเจ็บระหว่างหรือหลังวิ่งเกิดขึ้นบ่อย สามารถลองสังเกตลักษณะของฝ่าเท้าเบื้องต้นได้

ผู้ที่เป็นเท้าแบนอาจมีลักษณะ เช่น

  • ส่วนโค้งของอุ้งเท้าน้อยกว่าปกติ
  • เมื่อยืน ฝ่าเท้าส่วนใหญ่สัมผัสกับพื้น
  • ข้อเท้าหรือส้นเท้าเอียงเข้าด้านใน
  • รองเท้าสึกไม่เท่ากันระหว่างด้านในและด้านนอก
  • ปวดหรือล้าเท้าได้ง่ายเมื่อต้องวิ่งหรือเดินเป็นเวลานาน

อย่างไรก็ตาม การดูด้วยตาเปล่าเป็นเพียงการสังเกตเบื้องต้น หากมีอาการเจ็บเกิดขึ้นบ่อย ควรเข้ารับการประเมินโครงสร้างเท้าและรูปแบบการลงน้ำหนักเพิ่มเติม

โรคเท้าแบนกับอาการบาดเจ็บของนักวิ่ง

มีงานศึกษาหลายชิ้นที่พิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างเท้า การลงน้ำหนัก และอาการบาดเจ็บจากการวิ่ง

สำหรับผู้ที่มีเท้าแบนหรือมีการเคลื่อนไหวของข้อเท้าเข้าด้านในมากกว่าปกติ อาจมีรูปแบบการรับแรงที่แตกต่างจากผู้ที่มีโครงสร้างเท้าทั่วไป

จึงอาจพบอาการไม่สบายหรือบาดเจ็บในบางตำแหน่ง เช่น

  • หน้าแข้งด้านใน
  • หัวเข่าส่วนหน้า
  • ข้อเท้า
  • ฝ่าเท้า

อย่างไรก็ตาม อาการบาดเจ็บของนักวิ่งสามารถเกิดได้จากหลายปัจจัย ทั้งระยะทาง ความหนักของการฝึก รองเท้าที่ใช้ เทคนิคการวิ่ง ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ รวมถึงโครงสร้างเท้า จึงควรประเมินโดยรวมมากกว่าพิจารณาจากเท้าแบนเพียงอย่างเดียว

นักวิ่งเท้าแบนควรดูแลตัวเองอย่างไร

หากการวิ่งเป็นกิจกรรมที่คุณรักและพบว่าตนเองมีภาวะเท้าแบน ไม่ได้หมายความว่าจะต้องหยุดวิ่งทันที แต่ควรปรับการดูแลเท้าและการฝึกให้เหมาะสมมากขึ้น เช่น

  • เลือกรองเท้าวิ่งให้เหมาะกับรูปเท้าและกิจกรรม
  • เพิ่มระยะทางและความหนักของการวิ่งอย่างค่อยเป็นค่อยไป
  • ฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อเท้า ข้อเท้า และขา
  • พักเมื่อเริ่มมีอาการปวดผิดปกติ
  • ประเมินลักษณะการลงน้ำหนักหากมีอาการบาดเจ็บซ้ำ
  • พิจารณาใช้แผ่นรองเท้าที่เหมาะกับโครงสร้างเท้าของแต่ละบุคคล

แผ่นรองเท้าเฉพาะบุคคลสำหรับนักวิ่งเท้าแบน

สำหรับผู้ที่มีโรคเท้าแบนและมีอาการบาดเจ็บจากการวิ่ง สามารถเข้ารับการประเมินกับผู้เชี่ยวชาญจาก PBS เพื่อวิเคราะห์รูปเท้าและลักษณะการลงน้ำหนัก

จากนั้นจึงพิจารณาการผลิตแผ่นรองเท้าเท้าแบนให้เหมาะกับสรีระและกิจกรรมของแต่ละบุคคล

แผ่นรองเท้าที่เหมาะสมสามารถช่วย

  • รองรับอุ้งเท้า
  • ช่วยกระจายน้ำหนักบริเวณฝ่าเท้า
  • เพิ่มความมั่นคงของข้อเท้า
  • ลดแรงกดในบางตำแหน่ง
  • ช่วยให้การเคลื่อนไหวขณะวิ่งมีความสมดุลมากขึ้น

เพื่อให้นักวิ่งสามารถกลับไปทำกิจกรรมที่ชื่นชอบได้อย่างมั่นใจมากขึ้น และลดความเสี่ยงต่ออาการบาดเจ็บที่เกิดจากการลงน้ำหนักไม่เหมาะสม

ปรึกษาการเลือกใช้แผ่นรองเท้าสำหรับนักวิ่ง

สำหรับนักวิ่งที่มีอาการปวดเท้า ปวดข้อเท้า ปวดเข่า หรือสงสัยว่าตนเองมีภาวะเท้าแบน สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกับ PBS ได้ที่

Facebook: PBSofficial.TH

Line official: @pbs.official

https://www.samitivejhospitals.com/th/article/detail/เท้าแบน

https://www.vejthani.com/th/2021/04/เท้าแบน-อุปสรรคของนักวิ/

FAQ ลักษณะ/อาการความผิดปกติที่พบได้บ่อย

เท้าแบนในผู้ใหญ่ (Acquired Adult Flatfoot) คืออะไร?

เท้าแบนในผู้ใหญ่คือเท้าบริเวณอุ้งเท้าด้านในล้มลงหรือแบนราบไปกับพื้น โดยมักจะล้มลงเรื่อยๆ เนื่องจากเท้าแบนในผู้ใหญ่ มักเกิดจากอาการบาดเจ็บ อักเสบ หรือเสื่อมสภาพของเส้นเอ็นพยุงอุ้งเท้า (Posterior tibial tendon)

เท้าแบนในผู้ใหญ่ (Acquired Adult Flatfoot) ผลเสียที่ตามมาหากละเลย

ผู้ป่วยอาจมีลักษณะเท้าผิดรูปเพิ่มมากขึ้น นำไปสู่อาการปวดเรื้อรัง ปัญหาเท้าอื่นๆ อาการข้อบวมอักเสบ มีผลต่อการเคลื่อนไหว หรืออาจผิดรูปแบบติดแข็ง (fixed deformity) เมื่อปล่อยทิ้งไปเป็นระยะเวลานาน

เท้าแบนในผู้ใหญ่ (Acquired Adult Flatfoot) จำเป็นต้องรักษาไหม?

ควรเข้ารับการรักษา โดยมีเป้าหมายเพื่อป้องกันการผิดรูปที่มากขึ้น และลดอาการปวด อย่างไรก็ตามหากอาการผิดรูปเป็นแบบติดแข็ง อาจจำเป็นต้องพิจารณาเข้ารับการผ่าตัด

เท้าแบนในผู้ใหญ่ (Acquired Adult Flatfoot) ใส่แผ่นรองเท้านานขนาดไหนถึงเริ่มเห็นผล?

อาการปวดที่เกิดจากเท้าแบนมักจะดีขึ้นภายในระยะเวลาประมาณ 1 เดือน หลังใช้แผ่นรองเท้าเป็นประจำ โดยแนะนำให้ใช้งานตามชีวิตประจำวันปกติ เช่น ทำงาน เที่ยว หรือเมื่อทำกิจกรรมที่มักมีอาการปวด (หมายเหตุ: ในกรณีที่ผู้ป่วยมีโรคประจำตัวบางประเภท เช่น โรคเส้นประสาทส่วนปลาย (Peripheral Neuropathy) โรคเบาหวาน (Diabetes) มีแผลกดทับเรื้อรัง หรือเท้าเบาหวานชาคอต (Charcot Foot) ผู้ป่วยได้รับการตรวจประเมินอย่างละเอียดจากแพทย์ประจำตัว เพื่อทราบระดับอาการในปัจจุบัน การพยากรณ์โรค และแนวทางการรักษาของแพทย์ก่อนดำเนินการรักษา เนื่องด้วยผู้ป่วยโรคประเภทนี้มักจะมีอาการแทรกซ้อนได้ง่าย และอาจจะไม่เหมาะกับการรักษาด้วยแผ่นรองเท้าบางประเภท ขึ้นอยู่กับระดับอาการและการพยากรณ์โรค)

 

สนใจสินค้า แผ่นรองเท้า เท้าแบน หรือต้องการปรึกษาปัญหา เท้าผิดรูป ปรับรูปเท้า ออฟฟิศซินโดรม กับหมอรักษาเท้ามืออาชีพ ติดต่อได้ที่ :

 


« Back to Blog

สอบถามเพิ่มเติม