เป็นโรคเท้าแบน ไม่รักษาได้ไหม? จะส่งผลเสียต่อชีวิตมากน้อยเพียงใด?

เป็นโรคเท้าแบนไม่รักษาได้ไหม? จะส่งผลเสียต่อชีวิตมากน้อยเพียงใด?


1 minute read

Listen to article
Audio is generated by AI and may have slight pronunciation nuances.

Table of Contents

“โรคเท้าแบน” อาจเป็นโรคที่ไม่ค่อยถูกพูดถึงมากนัก และเมื่อมองจากภายนอกก็ดูเหมือนไม่ใช่ภาวะที่รุนแรงอะไร หลายคนจึงอาจคิดว่าหากมีอาการมาตั้งแต่เด็ก หรือเพิ่งถูกวินิจฉัยในภายหลัง ก็คงไม่ส่งผลกระทบต่อชีวิตมากนัก

แต่ในความเป็นจริง ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับเท้าผิดรูปสามารถส่งผลต่อการยืน เดิน การทรงตัว และการใช้งานร่างกายส่วนอื่นได้ หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ดูแลอย่างเหมาะสม

ผลกระทบเบื้องต้นของโรคเท้าแบน

สำหรับผู้ที่มีโรคเท้าแบนในระยะแรก อาจยังไม่ส่งผลกระทบต่อชีวิตมากนัก หรือบางคนอาจรู้สึกเจ็บบริเวณข้อเท้าและอุ้งเท้าเล็กน้อยเมื่อต้องเดินหรือยืนเป็นเวลานาน

แต่หากเริ่มมีอาการผิดปกติมากขึ้น ควรสังเกตอาการต่าง ๆ เช่น

  • ปวดบริเวณอุ้งเท้าหรือส้นเท้า แม้เปลี่ยนมาใช้รองเท้าที่รองรับเท้าและสวมใส่สบายแล้ว
  • ฝ่าเท้าด้านในบวม
  • มีอาการบวมแดงหรืออักเสบบริเวณข้อเท้าและเส้นเอ็น
  • รองเท้าคู่เดิมที่เคยใส่ได้เริ่มรู้สึกไม่พอดี
  • มีอาการชาบริเวณฝ่าเท้า
  • รู้สึกอ่อนแรงบริเวณเท้าหรือนิ้วเท้า
  • รูปเท้าเปลี่ยนแปลงหรือผิดรูปมากขึ้น
  • เดินขึ้น-ลงบันไดได้ลำบาก
  • มีปัญหาด้านการทรงตัว
  • ไม่สามารถเขย่งปลายเท้าได้ตามปกติ

หากเริ่มมีอาการเหล่านี้ ควรเข้ารับการประเมินจากหมอรักษาเท้าหรือผู้เชี่ยวชาญ เพื่อหาแนวทางรักษาอาการเท้าผิดรูปอย่างเหมาะสม

หากไม่รักษาโรคเท้าแบน อาจมีผลเสียอะไรตามมา

หากมีภาวะโรคเท้าแบนและปล่อยไว้โดยไม่ดูแล อาการอาจค่อย ๆ รบกวนการใช้ชีวิตมากขึ้นได้

ตัวอย่างผลกระทบที่อาจพบ ได้แก่

  • ปวดบริเวณอุ้งเท้าและส้นเท้ามากขึ้น
  • ไม่สามารถเดินหรือยืนเป็นเวลานานได้เหมือนเดิม
  • เดินขึ้น-ลงบันไดได้ลำบาก
  • เขย่งปลายเท้าได้ยาก
  • มีปัญหาในการทรงตัว
  • รูปเท้าเปลี่ยนแปลงหรือผิดรูปเพิ่มขึ้น

อาการเหล่านี้อาจส่งผลต่อกิจกรรมในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การออกกำลังกาย หรือการเดินทาง

โรคเท้าแบนอาจส่งผลต่อส่วนอื่นของร่างกาย

เท้าเป็นฐานสำคัญของร่างกาย เมื่อการลงน้ำหนักหรือแนวของข้อเท้าเปลี่ยนไป ส่วนอื่นของร่างกายอาจต้องปรับการทำงานเพื่อชดเชย

จึงอาจพบอาการที่เกี่ยวข้องกับบริเวณต่าง ๆ เช่น

  • ข้อเท้า
  • หัวเข่า
  • สะโพก
  • หลังและกระดูกสันหลัง

หากเกิดการลงน้ำหนักที่ไม่สมดุลอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้กล้ามเนื้อ ข้อต่อ และโครงสร้างส่วนอื่นต้องทำงานหนักมากขึ้น

รูปเท้าอาจเปลี่ยนแปลงมากขึ้น

อีกหนึ่งผลกระทบที่ควรระวังคือ รูปเท้าและฝ่าเท้าอาจมีความผิดปกติเพิ่มขึ้นจากเดิม

เมื่อการรับน้ำหนักไม่สมดุลเป็นเวลานาน อาจส่งผลต่อ

  • แนวนิ้วเท้า
  • ข้อเท้า
  • อุ้งเท้า
  • การกระจายน้ำหนักบริเวณฝ่าเท้า
  • ลักษณะการยืนและการเดิน

ดังนั้นการสังเกตความผิดปกติและดูแลตั้งแต่เริ่มต้น จึงช่วยลดโอกาสที่อาการจะรบกวนการใช้ชีวิตมากขึ้นในอนาคต

ดูแลโรคเท้าแบนกับ PBS

เมื่อรู้ว่าตนเองมีโรคเท้าแบนหรือเริ่มมีอาการผิดปกติของเท้า สามารถเข้ามาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจาก PBS เพื่อประเมินโครงสร้างเท้า การลงน้ำหนัก และลักษณะการเดิน

หนึ่งในแนวทางดูแลคือการใช้แผ่นรองเท้า เท้าแบนที่ออกแบบให้เหมาะกับสรีระของแต่ละบุคคล เพื่อช่วยรองรับอุ้งเท้า กระจายน้ำหนัก และเพิ่มความมั่นคงในการยืนและเดิน

ปรึกษาการดูแลโรคเท้าแบนกับ PBS

สำหรับผู้ที่มีอาการเท้าแบน เท้าผิดรูป หรือสงสัยว่าความผิดปกติของเท้ากำลังส่งผลต่อการใช้ชีวิต สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกับ PBS ได้ที่

Facebook: PBSofficial.TH

Line official: @pbs.official


แหล่งที่มา
https://www.bangkokinternationalhospital.com/th/health-articles/diseases-and-treatments/flat-foot-should-not-be-ignored
https://www.thedoctorbone.com/ปัญหาเท้าแบน-โดยคลินิกห/

FAQ ลักษณะ/อาการความผิดปกติที่พบได้บ่อย

เท้าแบนในผู้ใหญ่ (Acquired Adult Flatfoot) คืออะไร?

เท้าแบนในผู้ใหญ่คือเท้าบริเวณอุ้งเท้าด้านในล้มลงหรือแบนราบไปกับพื้น โดยมักจะล้มลงเรื่อยๆ เนื่องจากเท้าแบนในผู้ใหญ่ มักเกิดจากอาการบาดเจ็บ อักเสบ หรือเสื่อมสภาพของเส้นเอ็นพยุงอุ้งเท้า (Posterior tibial tendon)

เท้าแบนในผู้ใหญ่ (Acquired Adult Flatfoot) ผลเสียที่ตามมาหากละเลย

ผู้ป่วยอาจมีลักษณะเท้าผิดรูปเพิ่มมากขึ้น นำไปสู่อาการปวดเรื้อรัง ปัญหาเท้าอื่นๆ อาการข้อบวมอักเสบ มีผลต่อการเคลื่อนไหว หรืออาจผิดรูปแบบติดแข็ง (fixed deformity) เมื่อปล่อยทิ้งไปเป็นระยะเวลานาน

เท้าแบนในผู้ใหญ่ (Acquired Adult Flatfoot) จำเป็นต้องรักษาไหม?

ควรเข้ารับการรักษา โดยมีเป้าหมายเพื่อป้องกันการผิดรูปที่มากขึ้น และลดอาการปวด อย่างไรก็ตามหากอาการผิดรูปเป็นแบบติดแข็ง อาจจำเป็นต้องพิจารณาเข้ารับการผ่าตัด

เท้าแบนในผู้ใหญ่ (Acquired Adult Flatfoot) ใส่แผ่นรองเท้านานขนาดไหนถึงเริ่มเห็นผล?

อาการปวดที่เกิดจากเท้าแบนมักจะดีขึ้นภายในระยะเวลาประมาณ 1 เดือน หลังใช้แผ่นรองเท้าเป็นประจำ โดยแนะนำให้ใช้งานตามชีวิตประจำวันปกติ เช่น ทำงาน เที่ยว หรือเมื่อทำกิจกรรมที่มักมีอาการปวด (หมายเหตุ: ในกรณีที่ผู้ป่วยมีโรคประจำตัวบางประเภท เช่น โรคเส้นประสาทส่วนปลาย (Peripheral Neuropathy) โรคเบาหวาน (Diabetes) มีแผลกดทับเรื้อรัง หรือเท้าเบาหวานชาคอต (Charcot Foot) ผู้ป่วยได้รับการตรวจประเมินอย่างละเอียดจากแพทย์ประจำตัว เพื่อทราบระดับอาการในปัจจุบัน การพยากรณ์โรค และแนวทางการรักษาของแพทย์ก่อนดำเนินการรักษา เนื่องด้วยผู้ป่วยโรคประเภทนี้มักจะมีอาการแทรกซ้อนได้ง่าย และอาจจะไม่เหมาะกับการรักษาด้วยแผ่นรองเท้าบางประเภท ขึ้นอยู่กับระดับอาการและการพยากรณ์โรค)

 

สนใจสินค้า แผ่นรองเท้า เท้าแบน หรือต้องการปรึกษาปัญหา เท้าผิดรูป ปรับรูปเท้า ออฟฟิศซินโดรม กับหมอรักษาเท้ามืออาชีพ ติดต่อได้ที่ :

 



« Back to Blog

สอบถามเพิ่มเติม