Table of Contents
อาการปวดหลังอาจเกิดจากความยาวของขาไม่เท่ากัน
อาการปวดหลังเป็นโรคที่พบบ่อยซึ่งอาจเกิดจากปัจจัยหลายประการ และปัจจัยที่ไม่ค่อยมีการพูดถึงมากเท่าไหร่คืออาการปวดหลังที่มีสาเหตุมาจากความขายาวไม่เท่ากัน
ภาวะความผิดปกตินี้อาจทำให้เกิดความไม่สมดุลของท่าทางการเดินหรือการเคลื่อนไหวทำกิจกรรมต่าง ๆ และอาจทำให้เกิดอาการปวดหลังตามมาได้
ความเชื่อมโยงระหว่างความยาวขาที่ไม่เท่ากันกับอาการปวดหลัง
ความยาวขาที่ไม่เท่ากันหมายถึงอาการที่ขาข้างหนึ่งสั้นกว่าอีกข้างหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นความผิดปกติของสรีระที่ทำให้ขายาวไม่เท่ากันหรือมีอาการขายาวไม่เท่ากันเมื่อเคลื่อนไหวทำกิจกรรมต่าง ๆ
การวางแนวของร่างกายที่ไม่เหมาะสมนี้อาจทำให้ร่างกายต้องชดเชยความสมดุล ส่งผลให้เกิด
- การกระจายน้ำหนักที่ไม่สม่ำเสมอ
- มีการปรับเปลี่ยนสรีระในส่วนต่าง ๆ เพื่อชดเชยความผิดปกติ
เมื่อเวลาผ่านไปการปรับตัวเหล่านี้อาจทำให้เกิดอาการปวดในบริเวณต่าง ๆ โดยเฉพาะหลังส่วนล่าง
การที่ร่างกายพยายามรักษาสมดุลทำให้เกิดความเครียดที่กระดูกสันหลังมากเกินไป ทำให้เกิดอาการรู้สึกไม่สบายตัวและอาจมีอาการปวดหลังแบบเรื้อรัง

แนวทางดูแลอาการปวดหลังจากขายาวไม่เท่ากัน
แนวทางการรักษาอาการเท้าผิดรูปสำหรับผู้ที่มีอาการปวดหลังที่มีสาเหตุมาจากขายาวไม่เท่ากัน ได้แก่
- การทำกายภาพบำบัด
เมื่อได้รับการวินิจฉัยและพบความผิดปกติตั้งแต่เนิ่น ๆ การทำกายภาพบำบัดสามารถช่วยแก้ไขความไม่สมดุลของกล้ามเนื้อและสามารถจัดท่าทางของร่างกายให้อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง - การออกกำลังกายโดยภาพรวม
การยืดเหยียด และการออกกำลังกายเฉพาะจุดสามารถช่วยบรรเทาอาการปวดได้โดยการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรองรับของกล้ามเนื้อบริเวณกระดูกสันหลัง - การใช้ส่วนเสริมบริเวณส้นเท้า
เป็นอีกวิธีในการแก้ไขความผิดปกติแบบชั่วคราวที่สามารถช่วยปรับสมดุลความยาวของขาที่ต่างกันได้ โดยจะใส่ส่วนเสริมส้นเท้าไว้ในรองเท้าของขาที่สั้นกว่าเพื่อชดเชยความแตกต่าง จึงช่วยให้เกิดการจัดตำแหน่งที่ดีขึ้นของร่างกาย
อย่างไรก็ตามการใช้ส่วนเสริมส้นเท้าอาจไม่เหมาะสำหรับทุกคนโดยเฉพาะผู้ที่มีความยาวขาต่างกันมาก

แผ่นรองเท้าพิเศษเฉพาะบุคคลสำหรับการดูแลในระยะยาว
สำหรับการวางแผนการรักษาอาการเท้าผิดรูปในระยะยาวอาจเลือกใช้แผ่นรองเท้า เท้าแบนพิเศษเฉพาะบุคคล ซึ่งเป็นส่วนเสริมของรองเท้าที่ผ่านการออกแบบมาเพื่อให้เกิดการซัพพอร์ตและการจัดตำแหน่งที่ถูกต้องของเท้า
ปรับสมดุลของร่างกายจึงช่วยลดอาการปวดหลังได้จากต้นเหตุ
แผ่นรองเท้าพิเศษเฉพาะบุคคลเป็นวัสดุเสริมพิเศษที่ปรับให้เหมาะกับ
- โครงสร้างเท้า
- ความยาวของขาที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละบุคคล
ได้รับการออกแบบตามการวัดและการประเมินที่แม่นยำ โดยคำนึงถึงปัจจัยต่าง ๆ เช่น
- ประเภทอุ้งเท้า
- เท้าผิดรูป
- การวิเคราะห์ท่าทางการเดิน
- ความแตกต่างของความยาวของขา
ทำให้สามารถเข้ากันได้อย่างพอดีกับเท้าของแต่ละคน ให้การรองรับและการจัดตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุด
ประโยชน์ของแผ่นรองเท้าพิเศษเฉพาะบุคคล
แผ่นรองเท้าพิเศษเฉพาะบุคคลช่วยให้เกิด
- การซัพพอร์ตที่ตรงเป้าหมาย
- ช่วยลดความเครียดที่เกิดขึ้นกับหลัง
- ช่วยให้มีท่าทางที่สมดุล
- ช่วยบรรเทาอาการปวดหลังในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ปรึกษาปัญหาขายาวไม่เท่ากันและเลือกแผ่นรองเท้าที่เหมาะกับคุณ
สำหรับผู้ที่สนใจการเลือกใช้แผ่นรองเท้า เท้าแบนพิเศษเฉพาะบุคคลเพื่อลดอาการปวดหลังที่มีสาเหตุจากขายาวไม่เท่ากัน สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือ ปรึกษาการเลือกใช้แผ่นรองเท้าพิเศษเฉพาะบุคคล ที่ PBS
FAQ ลักษณะ/อาการความผิดปกติที่พบได้บ่อย
เท้าบิดออกมากผิดปกติ (Out-toeing) คืออะไร?
คือลักษณะการเดินที่ปลายเท้าจะชี้ออกไปด้านข้างมากกว่าปกติ ซึ่งเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น การบิดที่เกิดจากกล้ามเนื้อและโครงสร้างของสะโพก เข่า การผิดรูปของเท้า
เท้าบิดออกมากผิดปกติ (Out-toeing) ผลเสียที่ตามมาหากละเลย
การเดินแบบเท้าบิดออกมากกว่าปกติ ทำให้ประสิทธิภาพการเดินลดลง ลักษณะการเดินที่ผิดปกติ เสี่ยงต่อการบาดเจ็บมากขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถส่งผลต่อการผิดปกติของกล้ามเนื้อ เอ็น และข้อของขาและเท้า
เท้าบิดออกมากผิดปกติ (Out-toeing) จำเป็นต้องรักษาไหม?
ควรได้รับการรักษาหากพบในช่วงที่เลยวัยเด็กเล็ก (ตั้งแต่ 5 ปีเป็นต้นไป) หรือมีอาการปวด หรือส่งผลต่อพัฒนาการและการเคลื่อนไหว โดยรูปแบบการรักษาขึ้นอยู่กับสาเหตุของอาการ เช่น การฝึกเดินในกรณีที่เกิดจากความนิสัยการเดิน การใส่แผ่นรองเท้าในกรณีที่เกิดจากเท้าผิดรูป
เท้าบิดออกมากผิดปกติ (Out-toeing) ใส่แผ่นรองเท้านานขนาดไหนถึงเริ่มเห็นผล?
หากเท้าบิดออกมากผิดปกติมีสาเหตุมาจากลักษณะเท้าที่ผิดปกติ โดยส่วนมากจะเห็นผลตั้งแต่เริ่มใส่แผ่นรองเท้า เนื่องจากแผ่นรองเท้ามีหน้าที่ในการควบคุมและปรับดัดเท้าที่ผิดรูป อย่างไรก็ตามหากผู้ป่วยมีอาการปวดจากเท้าที่ผิดรูปร่วมด้วย อาการปวดมักจะดีขึ้นภายในระยะเวลาประมาณ 1 เดือน หลังใช้แผ่นรองเท้าเป็นประจำ โดยแนะนำให้ใช้งานตามชีวิตประจำวันปกติ เช่น ทำงาน เที่ยว หรือเมื่อทำกิจกรรมที่มักมีอาการปวด






