ปวดเข่าและสะโพกตอนกลางคืน อาจไม่ได้เริ่มจาก “เข่า” หรือ “สะโพก” อย่างเดียว

ปวดเข่าและสะโพกตอนกลางคืน อาจไม่ได้เริ่มจาก “เข่า” หรือ “สะโพก” อย่างเดียว


1 minute read

Listen to article
Audio is generated by AI and may have slight pronunciation nuances.

Table of Contents

หลายคนอาจเคยมีอาการปวดเข่า ปวดสะโพก หรือรู้สึกเมื่อยล้าบริเวณขาในช่วงเวลากลางคืน โดยเฉพาะหลังจากยืน เดิน หรือทำกิจกรรมมาตลอดทั้งวัน บางรายอาจรู้สึกปวดตื้อ ๆ จนรบกวนการพักผ่อน ทำให้นอนหลับได้ไม่เต็มที่ จนหลายคนเริ่มสงสัยว่าอาการที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากอายุ การใช้งานหนัก หรือข้อเสื่อมหรือไม่

แต่ในบางกรณี ต้นเหตุของอาการปวดเหล่านี้อาจไม่ได้เริ่มจาก “ข้อเข่า” หรือ “สะโพก” โดยตรง แต่อาจเกี่ยวข้องกับ “โครงสร้างของเท้า” ซึ่งเป็นฐานของร่างกายที่ต้องรับน้ำหนักทุกครั้งที่เดิน ยืน หรือวิ่ง โดยเฉพาะในผู้ที่มีภาวะ “เท้าแบน” หรือการลงน้ำหนักที่ผิดปกติ  

เท้าเกี่ยวอะไรกับเข่าและสะโพก? 

เท้าเป็นโครงสร้างที่ช่วยรองรับน้ำหนัก ดูดซับแรงกระแทก และช่วยรักษาสมดุลของร่างกาย เมื่ออุ้งเท้าสามารถทำงานได้ตามปกติ แรงที่เกิดขึ้นระหว่างการเดินจะถูกกระจายอย่างเหมาะสมไปยังข้อเท้า เข่า สะโพก และหลัง

แต่ในผู้ที่มีภาวะเท้าแบน (Flat foot) หรือมีการลงน้ำหนักเข้าด้านในมากเกินไป (Overpronation) แนวของเท้าและข้อเท้าอาจเปลี่ยนไปจากปกติ ส่งผลให้แนวของเข่าและสะโพกเปลี่ยนตามไปด้วย ทำให้กล้ามเนื้อ เอ็น และข้อต่อต่าง ๆ ต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อรักษาสมดุลของร่างกาย

ในช่วงแรก ร่างกายอาจยังสามารถชดเชยได้ จึงอาจยังไม่มีอาการชัดเจน แต่เมื่อมีการใช้งานสะสมเป็นเวลานาน เช่น การยืนนาน เดินเยอะ หรือทำกิจกรรมที่ใช้แรงต่อเนื่อง กล้ามเนื้อและข้อต่อที่รับภาระมากขึ้นอาจเริ่มเกิดอาการล้า ตึง หรือปวดตามมาได้ โดยเฉพาะช่วงกลางคืนหลังจากใช้งานร่างกายมาตลอดทั้งวัน

ทำไมอาการมักเป็นตอนกลางคืน?

อาการปวดจากการใช้งานหรือการลงน้ำหนักผิดปกติ มักไม่ได้เกิดขึ้นทันทีขณะทำกิจกรรม แต่จะค่อย ๆ สะสมตลอดวัน เมื่อถึงช่วงที่ร่างกายเริ่มพัก กล้ามเนื้อและข้อต่อที่ทำงานหนักมาตลอดอาจเริ่มแสดงอาการออกมา เช่น

  • ปวดตื้อบริเวณเข่าหรือสะโพก
  • รู้สึกเมื่อยล้าขา
  • ปวดมากหลังเดินหรือยืนนาน
  • อาการปวดรบกวนการนอน
  • รู้สึกตึงบริเวณน่อง ข้อเท้า หรือฝ่าเท้าร่วมด้วย

อย่างไรก็ตาม อาการปวดตอนกลางคืนไม่ได้เกิดจากเท้าแบนเสมอไป เพราะยังอาจเกี่ยวข้องกับโรคข้ออักเสบ เส้นประสาท การบาดเจ็บ หรือปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ได้เช่นกัน ดังนั้นหากอาการปวดเกิดขึ้นต่อเนื่อง หรือรุนแรงขึ้น ควรเข้ารับการตรวจประเมินเพิ่มเติม

รองเท้าอย่างเดียวเพียงพอหรือไม่?

หลายคนพยายามเปลี่ยนรองเท้าเมื่อเริ่มมีอาการปวดเข่าหรือสะโพก ซึ่งในบางกรณีก็สามารถช่วยลดแรงกระแทกและเพิ่มความสบายระหว่างเดินได้ แต่รองเท้าทั่วไปอาจยังไม่สามารถควบคุม “แนวการลงน้ำหนัก” ของเท้าได้เพียงพอ โดยเฉพาะในผู้ที่มีเท้าแบนหรือมีการล้มของข้อเท้าค่อนข้างมาก

ด้วยเหตุนี้ ในบางรายผู้เชี่ยวชาญอาจพิจารณาใช้อุปกรณ์เสริม เช่น แผ่นรองเท้าเฉพาะบุคคล (Orthotic insoles) เพื่อช่วยพยุงอุ้งเท้า ปรับการลงน้ำหนักให้เหมาะสม และช่วยควบคุมแนวของเท้าได้มากกว่าแผ่นรองเท้าสำเร็จรูปทั่วไป ช่วยลดการล้มของข้อเท้า และช่วยให้การลงน้ำหนักสมดุลขึ้น

อย่างไรก็ตามแผ่นรองเท้าเฉพาะบุคคลไม่ได้เป็น “วิธีรักษาครอบจักรวาล” และไม่ได้เหมาะกับทุกคน การเลือกใช้อุปกรณ์ควรขึ้นอยู่กับลักษณะเท้า อาการ และการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญร่วมด้วย

อย่ามองข้าม “ฐาน” ของร่างกาย

หลายครั้งเวลามีอาการปวดเข่าหรือสะโพก คนส่วนใหญ่มักโฟกัสไปที่ตำแหน่งที่ปวดเพียงอย่างเดียว แต่จริง ๆ แล้วร่างกายทำงานเชื่อมต่อกันเป็นระบบ ตั้งแต่เท้า ข้อเท้า เข่า สะโพก ไปจนถึงหลัง

ดังนั้นหากมีอาการปวดเข่าหรือสะโพกเรื้อรัง โดยเฉพาะอาการที่เป็นมากหลังยืนหรือเดินนาน ร่วมกับมีลักษณะเท้าแบน ข้อเท้าล้ม หรือรองเท้าสึกผิดปกติ การตรวจประเมินโครงสร้างเท้าและรูปแบบการลงน้ำหนัก ก็อาจช่วยให้เข้าใจต้นเหตุของอาการได้มากขึ้น และช่วยวางแผนการดูแลรักษาได้เหมาะสมกับร่างกายในระยะยาว ที่ PBS เรามีทีมนักกายอุปกรณ์พร้อมให้คำแนะนำและให้บริการกายอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นแผ่นรองเท้าเฉพาะบุคคล สำหรับผู้ที่มีความผิดปกติที่เท้า และอุปกรณ์ประคองเท้าและข้อเท้า (Ankle Foot Orthosis) เพื่อช่วยในการเดินเหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการเท้าตก ท่านที่สนใจเลือกใช้แผ่นรองเท้าสำหรับโรครองช้ำ เท้าแบน เท้าผิดรูป หรืออุปกรณ์ประคองเท้าและข้อเท้าสำหรับช่วยในการเดิน สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือปรึกษาการเลือกใช้แผ่นรองเท้าเฉพาะบุคคล PBS และอุปกรณ์ประคองเท้าและข้อเท้าได้ที่สาขาใกล้บ้านท่าน

ที่มา

« Back to Blog

สอบถามเพิ่มเติม