Table of Contents
อาการชาปลายนิ้วเท้าหรือปลายเท้าเป็นอาการที่ผู้อ่านหลายท่านอาจเคยพบเจอ โดยทั่วไปแล้วอาการชาปลายนิ้วเท้าที่เกิดขึ้นบริเวณเท้ามักจะเป็นอาการชาเฉียบพลันและเป็นครั้งคราว ซึ่งเกิดจากการนั่งหรือยืนท่าใดท่าหนึ่งเป็นเวลานาน ทำให้หลายคนอาจมองว่าอาการชาที่ปลายนิ้วเท้าเป็นเพียงอาการชั่วคราวและหายได้เอง แต่หากอาการดังกล่าวเกิดขึ้นบ่อยครั้ง หรือเกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน อาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพเท้าที่ซ่อนอยู่ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ เท้าแบน
ทำไมเท้าแบนถึงทำให้เท้าชาได้
ภาวะเท้าแบนผิดรูป หมายถึงเท้าที่โครงสร้างบริเวณอุ้งเท้าล้มแบนหรือเตี้ยลงเมื่อรับน้ำหนัก ซึ่งการผิดรูปที่เกิดขึ้นสามารถส่งผลต่อการกระจายน้ำหนักที่ฝ่าเท้า ทำให้เกิดแรงกดทับมากกว่าปกติในบริเวณต่างๆได้ เช่น หน้าเท้า หัวกระดูก ปลายนิ้วเท้า เป็นต้นเมื่อแรงกดทับที่ฝ่าเท้าเพิ่มมากขึ้น เส้นประสาทขนาดเล็กที่อยู่ระหว่างนิ้วเท้าอาจถูกกดทับหรือเกิดการระคายเคืองได้ เมื่อการกดทับดังกล่าวเกิดขึ้นซ้ำ ๆ เป็นระยะเวลานาน อาจนำไปสู่อาการชา แสบ รู้สึกเหมือนมีเข็มทิ่ม ความรู้สึกไม่สบายบริเวณเท้า รวมถึงอาจเกิดภาวะที่เกี่ยวข้องกับการกดทับเส้นประสาทบริเวณหน้าเท้า เช่น Morton’s neuroma หรือภาวะการกดทับเส้นประสาท
นอกจากนี้ ภาวะเท้าแบนยังสามารถส่งผลต่อแนวของข้อเท้าและขา ทำให้รูปแบบการเดินหรือการยืนเปลี่ยนไปจากปกติ เมื่อรูปแบบการเคลื่อนไหวของร่างกายเปลี่ยนแปลงไป อาจทำให้เกิดแรงกดซ้ำในบางตำแหน่งของฝ่าเท้า ซึ่งสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการระคายเคืองของเส้นประสาทและทำให้อาการชาเกิดขึ้นได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะในผู้ที่ต้องยืนหรือเดินเป็นเวลานาน
แล้วถ้ามีอาการต้องทำอย่างไร
โดยทั่วไปแล้ว อาการที่เกิดขึ้นจากความผิดรูปของเท้าในหลายกรณีสามารถรักษาได้โดย ไม่จำเป็นต้องผ่าตัด (Conservative treatment) การรักษามักมีจุดประสงค์เพื่อลดแรงกดทับบริเวณฝ่าเท้า ปรับสมดุลการกระจายน้ำหนัก และลดการระคายเคืองของเส้นประสาท
หนึ่งในวิธีที่ใช้บ่อยคือ การใช้แผ่นรองเท้า (orthotic insole) ซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยพยุงอุ้งเท้าให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ช่วยปรับแนวของเท้าให้ดีขึ้นและช่วยกระจายน้ำหนักที่ฝ่าเท้าให้สมดุลมากขึ้น เมื่อแรงกดที่บริเวณหน้าเท้าลดลง ก็อาจช่วยลดการกดทับของเส้นประสาทและบรรเทาอาการชาปลายนิ้วเท้าได้ในระยะยาว
นอกจากการใช้แผ่นรองเท้าแล้ว การเลือกรองเท้าที่มีความกระชับ เหมาะสมกับลักษณะเท้า และเหมาะกับประเภทกิจกรรมก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน รวมถึงการทำกายบริหารหรือการออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อบริเวณเท้าและข้อเท้า ซึ่งสามารถช่วยเพิ่มความมั่นคงของเท้าและช่วยลดแรงกดที่เกิดขึ้นระหว่างการเดินหรือยืนได้
อย่างไรก็ตาม อาการชาอาจไม่ได้เกิดจากเท้าแบนเพียงอย่างเดียว
แม้ว่าเท้าแบนจะเป็นหนึ่งในสาเหตุที่สามารถทำให้เกิดอาการชาที่เท้าได้ แต่ในบางกรณีอาการดังกล่าวอาจเกิดจากปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่น การสวมรองเท้าที่คับหรือแน่นเกินไป โรคเบาหวาน ความผิดปกติของเส้นประสาท หรือปัญหาการไหลเวียนของเลือด
ดังนั้น หากมีอาการชา แสบ หรือรู้สึกผิดปกติบริเวณเท้าเกิดขึ้นเป็นระยะเวลานาน หรือมีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น การเข้ารับการตรวจประเมินจากผู้เชี่ยวชาญเป็นสิ่งที่ควรพิจารณา การตรวจประเมินอย่างเหมาะสมจะช่วยให้สามารถหาสาเหตุที่แท้จริง วางแผนการรักษาที่เหมาะสม และแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ เพื่อป้องกันไม่ให้อาการดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันในระยะยาว
ที่ PBS เรามีทีมนักกายอุปกรณ์พร้อมให้คำแนะนำและให้บริการกายอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นแผ่นรองเท้าเฉพาะบุคคล สำหรับผู้ที่มีความผิดปกติที่เท้า และอุปกรณ์ประคองเท้าและข้อเท้า (Ankle Foot Orthosis) เพื่อช่วยในการเดินเหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการเท้าตก ท่านที่สนใจเลือกใช้แผ่นรองเท้าสำหรับโรครองช้ำ เท้าแบน เท้าผิดรูป หรืออุปกรณ์ประคองเท้าและข้อเท้าสำหรับช่วยในการเดิน สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือปรึกษาการเลือกใช้แผ่นรองเท้าพิเศษบุคคล PBS และอุปกรณ์ประคองเท้าและข้อเท้าได้ที่สาขาใกล้บ้านท่าน
Facebook: PBSofficial.TH
Line official: @pbs.official
ที่มา
- https://footandanklemedical.com/5-causes-of-foot-numbness-tingling/
- https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC11726481/
- https://www.nhs.uk/conditions/mortons-neuroma/
FAQ ลักษณะ/อาการความผิดปกติที่พบได้บ่อย
เท้าแบนในผู้ใหญ่ (Acquired Adult Flatfoot) คืออะไร?
เท้าแบนในผู้ใหญ่คือเท้าบริเวณอุ้งเท้าด้านในล้มลงหรือแบนราบไปกับพื้น โดยมักจะล้มลงเรื่อยๆ เนื่องจากเท้าแบนในผู้ใหญ่ มักเกิดจากอาการบาดเจ็บ อักเสบ หรือเสื่อมสภาพของเส้นเอ็นพยุงอุ้งเท้า (Posterior tibial tendon)
เท้าแบนในผู้ใหญ่ (Acquired Adult Flatfoot) ผลเสียที่ตามมาหากละเลย
ผู้ป่วยอาจมีลักษณะเท้าผิดรูปเพิ่มมากขึ้น นำไปสู่อาการปวดเรื้อรัง ปัญหาเท้าอื่นๆ อาการข้อบวมอักเสบ มีผลต่อการเคลื่อนไหว หรืออาจผิดรูปแบบติดแข็ง (fixed deformity) เมื่อปล่อยทิ้งไปเป็นระยะเวลานาน
เท้าแบนในผู้ใหญ่ (Acquired Adult Flatfoot) จำเป็นต้องรักษาไหม?
ควรเข้ารับการรักษา โดยมีเป้าหมายเพื่อป้องกันการผิดรูปที่มากขึ้น และลดอาการปวด อย่างไรก็ตามหากอาการผิดรูปเป็นแบบติดแข็ง อาจจำเป็นต้องพิจารณาเข้ารับการผ่าตัด
เท้าแบนในผู้ใหญ่ (Acquired Adult Flatfoot) ใส่แผ่นรองเท้านานขนาดไหนถึงเริ่มเห็นผล?
อาการปวดที่เกิดจากเท้าแบนมักจะดีขึ้นภายในระยะเวลาประมาณ 1 เดือน หลังใช้แผ่นรองเท้าเป็นประจำ โดยแนะนำให้ใช้งานตามชีวิตประจำวันปกติ เช่น ทำงาน เที่ยว หรือเมื่อทำกิจกรรมที่มักมีอาการปวด (หมายเหตุ: ในกรณีที่ผู้ป่วยมีโรคประจำตัวบางประเภท เช่น โรคเส้นประสาทส่วนปลาย (Peripheral Neuropathy) โรคเบาหวาน (Diabetes) มีแผลกดทับเรื้อรัง หรือเท้าเบาหวานชาคอต (Charcot Foot) ผู้ป่วยได้รับการตรวจประเมินอย่างละเอียดจากแพทย์ประจำตัว เพื่อทราบระดับอาการในปัจจุบัน การพยากรณ์โรค และแนวทางการรักษาของแพทย์ก่อนดำเนินการรักษา เนื่องด้วยผู้ป่วยโรคประเภทนี้มักจะมีอาการแทรกซ้อนได้ง่าย และอาจจะไม่เหมาะกับการรักษาด้วยแผ่นรองเท้าบางประเภท ขึ้นอยู่กับระดับอาการและการพยากรณ์โรค)
สนใจสินค้า แผ่นรองเท้า เท้าแบน หรือต้องการปรึกษาปัญหา เท้าผิดรูป ปรับรูปเท้า ออฟฟิศซินโดรม กับหมอรักษาเท้ามืออาชีพ ติดต่อได้ที่ :




