พ่อแม่ทุกคนแค่เห็นอาการเจ็บป่วยของลูกไม่ว่าเรื่องใดก็ตามมันรู้สึกเหมือนแทบขาดใจ หากป่วยแทนได้ขอเลือกเป็นเองดีกว่า แต่นั่นคือสิ่งที่ไม่มีทางเกิดขึ้นจริง ซึ่งหนึ่งในโรคเท้าแบนที่หลายคนอาจไม่ทันสังเกตและไม่รู้ว่าลูกของตนเองเป็นอยู่นั่นคือ “โรคเท้าแบน” จะดีกว่าหรือไม่หากพ่อแม่เริ่มต้นสังเกตลักษณะร่างกายของเด็กตั้งแต่ยังเล็ก หากพบเจอความผิดปกติก็รีบพาไปรักษาในทันที ไม่ต้องรอจนเขาโตแล้วไม่สามารถทำกิจกรรมเหมือนเด็กทั่วไปได้
ตัวอย่างเคสโรคเท้าแบนในเด็ก
จริงแล้วสาเหตุของการเกิดโรคเท้าแบนในเด็กมักมาจากกรรมพันธุ์ หรือลักษณะของเท้าที่เป็นเองตามธรรมชาติ เคยมีตัวอย่างเด็กอายุ 18 ปีที่เข้ามารักษากับทาง PBS เมื่อตรวจเช็คพบว่าเท้าข้างขวามีองศาความเอียงของส้น 17 องศา ขณะที่ฝั่งซ้ายเอียง 11 องศา ส่วนสะโพกกับไหล่ยังเท่ากันซึ่งถือเป็นเรื่องโชคดีมาก
อย่างไรก็ตาม พอสังเกตการเดินพบว่าท่าเดินของเขาจะยกขาขึ้นแล้วเหวี่ยงออกด้านนอกลำตัว ช่วงก้าวสั้นมากจากการที่ปลายเท้าเบนออก เข่าชิดจนเดินคล้ายกับเป็ดเพราะการมีอุ้งเท้าน้อยกว่าปกติ เท้าจึงขาดสิ่งที่จะช่วยซัพพอร์ตเพื่อให้ปลายเท้าตั้งตรง
เมื่อเดินลากเท้าได้เพียงชั่วครู่เท้าจะค่อย ๆ สูญเสียการขยับตัวนำมาซึ่งปัญหาก้าวเดินลำบาก ต้องยกเท้าขึ้น แม้ตัวเด็กจะพยายามปรับการเดินของตนเองให้อยู่ในท่าทางปกติแต่ไม่สามารถทำได้เนื่องจากเท้ามีอาการตึง วิธีแก้ไขที่เป็นไปตามธรรมชาติจึงเปลี่ยนจากการยกเท้าเป็นการแกว่งแขน
จากภาวะของโรคเท้าแบนที่เกิดขึ้นนำมาซึ่งปัญหาชีวิตหลายด้านที่เด็กคนนี้ต้องพบเจอโดยเฉพาะการทำกิจกรรมต่าง ๆ การเล่นกีฬากับเพื่อนและน้องชายเป็นเรื่องยากสำหรับชีวิตเขามาก ด้วยลักษณะเท้าที่ผิดปกติ การเดินต่างจากคนทั่วไปจึงมักเกิดอุบัติเหตุข้อเท้าพลิกบ่อยครั้ง
สิ่งที่เล่ามาทั้งหมดยังก่อให้เกิดอาการ Knock-Knee (ปัญหาเข่าชิด) ด้วยอย่าลืมว่าโครงสร้างของกระดูกจะเชื่อมต่อกันทั้งหมด เมื่อกระดูกส้นเท้าเกิดความเอียง กระดูกส่วนอื่นก็ต้องปรับตัวตามธรรมชาติอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
วิธีสังเกตโรคเท้าแบนในเด็กและตนเอง
การสังเกตว่าเด็กหรือแม้แต่ตนเองมีปัญหาเข้าสู่ภาวะโรคเท้าแบนหรือไม่ เริ่มจากถ้าเดินแล้วล้มบ่อย มีปัญหาข้อเท้าพลิกจากการทำกิจกรรม การเล่นกีฬา บางครั้งแค่เดินปกติก็พลิกเองแบบไม่รู้สาเหตุ เดินเฉียง เดินเอียงไปฝั่งหนึ่ง หรือถ้าพ่อแม่สังเกตลูกจากภายนอกให้ดูว่ามีปัญหาเข่าชิด (Knock-Knee) จนท่าเดินคล้ายเป็ด หรือมีภาวะนิ้วเท้าปูดร่วมด้วยหรือไม่ ถ้ามองแล้วใช่ต้องรีบหาวิธีรักษาทันที อย่าปล่อยทิ้งไว้จนสร้างความลำบากในการใช้ชีวิต
ซึ่งทาง PBS มีผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำแนะนำ พร้อมเข้ารับการดูแลอย่างถูกวิธีด้วยแผ่นรองเท้า เท้าแบน ลดปัญหาเท้าผิดรูปเพื่อให้ชีวิตมีความสุขได้อีกครั้ง
FAQ ลักษณะ/อาการความผิดปกติที่พบได้บ่อย
เท้าแบนในเด็ก (Pediatric Flexible Flatfoot) คืออะไร?
เท้าแบนในเด็กคือลักษณะเท้าที่บริเวณอุ้งเท้าด้านในล้มลงหรือแบนราบไปกับพื้น โดยเฉพาะในขณะยืนรับน้ำหนักตัว พบได้ในเด็กหรืออยู่ในช่วงวัยที่กำลังเติบโต
เท้าแบนในเด็ก (Pediatric Flexible Flatfoot) ผลเสียที่ตามมาหากละเลย
ถึงแม้ว่าเท้าแบนในเด็กจะมีโอกาสหายได้เองเมื่อเริ่มโตขึ้น แต่อย่างไรก็ตามหากไม่ได้รับการติดตามอาการหรือดูแล ลักษณะเท้าที่ผิดรูปอาจส่งผลทำให้เกิดอาการเจ็บ ปวด เมื่อย หรือท่าทางการเดินที่ผิดปกติได้ และเท้าสามารถผิดรูปเพิ่มขึ้นได้
เท้าแบนในเด็ก (Pediatric Flexible Flatfoot) จำเป็นต้องรักษาไหม?
ผู้ปกครองควรสังเกตอาการเป็นประจำ หากเด็กมีลักษณะเท้าที่ผิดรูปมากขึ้น มีอาการปวด หรือส่งผลต่อการเดินและการดำเนินชีวิต ควรปรีกษาแพทย์และผู้เชี่ยวชาญ
เท้าแบนในเด็ก (Pediatric Flexible Flatfoot) ใส่แผ่นรองเท้านานขนาดไหนถึงเริ่มเห็นผล?
อาการปวดที่เกิดจากเท้าแบนมักจะดีขึ้นภายในระยะเวลาประมาณ 1 เดือน หลังใช้แผ่นรองเท้าเป็นประจำ ในส่วนของการปรับแก้ความผิดรูป มีปัจจัยอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น ระยะเวลาในการใส่ ความยืดหยุ่นของเท้าและกล้ามเนื้อ ระดับการผิดรูปและน้ำหนักตัว แต่ส่วนมากมักจะสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ ประมาณ 6-12 เดือน หลังใส่





