ตาปลาสัญญาณเตือนของสุขภาพเท้า

ตาปลาสัญญาณเตือนของสุขภาพเท้า


1 minute read

Listen to article
Audio is generated by AI and may have slight pronunciation nuances.

Table of Contents

            หลายคนอาจเคยพบและสงสัยกับผิวด้านหนาและแข็งเป็นวงกลมบริเวณโดยรอบปุ่มกระดูกที่เท้า ลักษณะผิวประเภทนี้คือ “ตาปลา (Corn)” เป็นการตอบสนองของผิวหนังต่อการเสียดสีและการกดทับต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน โดยมักพบได้บ่อยบริเวณรอบปุ่มกระดูก เช่น ข้อนิ้ว จมูกเท้า ซึ่งแตกต่างจากผิวด้านทั่วๆไปที่มักกินบริเวณกว้าง ตาปลามักมีขนาดเล็ก แข็ง และมักมีแกนแข็งซึ่งสามารถกดลงไปที่ผิวหนังชั้นล่างได้ โดยตาปลานั้นไม่ใช่สัญญาณของการติดเชื้อ ซึ่งแตกต่างจากหูดที่เกิดจากการติดเชื้อทำให้ผิวหนังแบ่งตัวผิดปกติ ส่งผลให้ผิวขรุขระ มีจุดดำ

ตาปลา สัญญาณของความผิดปกติที่อาจถูกมองข้าม

            ตามที่กล่าวมาในข้างต้นสาเหตุของการเกิดตาปลา คือ การตอบสนองของผิวหนังต่อการเสียดสีและการกดทับต่อเนื่องเฉพาะจุดเป็นระยะเวลานาน อย่างไรก็ตามต้นเหตุของการเสียดสีและกดทับเฉพาะจุดมักถูกมองข้าม เช่น

  • การใช้รองเท้าที่แน่นคับ
  • การผิดรูปของนิ้วและเท้า เช่น นิ้วเก นิ้วเท้าคดงอ
  • ลักษณะการเดินที่ผิดปกติ

ตาปลาส่งผลอย่างไรต่อเท้า

            ถีงแม้ว่าการเกิดตาปลาจะเป็นกลไกตามธรรมชาติของผิวหนังที่มีต่อการเสียดสีและกดทับ แต่ตาปลาสามารถส่งผลทำให้เกิดอาการระคายเคืองและคันได้ เนื่องจากแกนแข็งของตาปลาสามารถกดลงไปที่ผิวหนังชั้นที่ลึกลงไปได้ และเมื่อละเลยปล่อยให้ตาปลาขยายขนาดหรือลึกขึ้น อาจทำให้เกิด

  • อาการเจ็บเมื่อเดินหรือกดทับ
  • บวมแดง อักเสบ 
  • อาจส่งผลลักษณะท่าทางการเดินเนื่องจากอาการเจ็บ
  • เกิดแผลกดทับ และติดเชื้อ

ใครมีความเสี่ยงบ้าง

            ถึงแม้ว่าการเกิดตาปลาสามารถเกิดได้กับทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย แต่กลุ่มคนที่มีลักษณะบางประการจะมีแนวโน้มที่จะพบการเกิดตาปลาได้ง่ายกว่าบางกลุ่ม โดยอาการดังกล่าวมักเกี่ยวข้องกับแรงกดทับที่เท้าและปุ่มกระดูก ความสามารถในการฟื้นฟูของผิวและแผล หรืออาจเกี่ยวข้องกับประสาทสัมผัสส่วนปลาย โดยตัวอย่างของกลุ่มคนที่มีความเสี่ยง เช่น

  • ผู้ที่เป็นเบาหวาน เนื่องจากคนกลุ่มนี้มักมีปัญหาเรื่องความสามารถในการฟื้นฟูของแผล และความสามารถในการรับสัมผัสลดลง ทำให้เพิ่มโอกาสเกิดการกดทับ และสังเกตตัวเองทำได้ยาก
  • ผู้ที่เท้ามีการผิดรูป เช่น เท้าแบน อุ้งเท้าสูง นิ้วเก เนื่องจากการผิดรูปของเท้าสามารถทำให้การกระจายน้ำหนักที่เท้าและปุ่มกระดูกผิดปกติไปจากเดิม นำไปสู่การกดทับและเกิดตาปลาได้ง่าย
  • ผู้สูงอายุ เนื่องจากผู้สูงอายุมีผิวที่ค่อนข้างบอบบางและมีไขมันใต้ผิวหนังที่ช่วยลดแรงกระแทกลดลง ทำให้เสี่ยงต่อการกดทับและเสียดสีได้ง่าย

            การเกิดตาปลาจึงไม่ใช่แค่เรื่องเล็กน้อยที่สามารถมองข้ามได้ เนื่องจากเป็นทั้งสัญญาณของความผิดปกติที่อาจถูกมองข้าม และตาปลาเองก็สามารถส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้อีกด้วย 

ดังนั้นหากพลตาปลาเกิดขึ้นที่เท้า เราควรหมั่นสังเกตถึงความผิดปกติที่เท้า เพื่อหาสาเหตุของปัญหา และสามารถแก้ไข ป้องกันได้อย่างทันท่วงที ที่ PBS เรามีทีมนักกายอุปกรณ์พร้อมให้คำแนะนำและให้บริการกายอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นแผ่นรองเท้าเฉพาะบุคคล สำหรับผู้ที่มีความผิดปกติที่เท้า และอุปกรณ์ประคองเท้าและข้อเท้า (Ankle Foot Orthosis) เพื่อช่วยในการเดินเหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการเท้าตก ท่านที่สนใจเลือกใช้แผ่นรองเท้าสำหรับโรครองช้ำ เท้าแบน เท้าผิดรูป หรืออุปกรณ์ประคองเท้าและข้อเท้าสำหรับช่วยในการเดิน สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือปรึกษาการเลือกใช้แผ่นรองเท้าพิเศษบุคคล PBS และอุปกรณ์ประคองเท้าและข้อเท้าได้ที่สาขาใกล้บ้านท่าน


Facebook: PBSofficial.TH

Line official: @pbs.official

ที่มา:

https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK470374/

https://www.health.harvard.edu/pain/calluses-and-corns

FAQ ลักษณะ/อาการความผิดปกติที่พบได้บ่อย

เท้าบิดออกมากผิดปกติ (Out-toeing) คืออะไร?

คือลักษณะการเดินที่ปลายเท้าจะชี้ออกไปด้านข้างมากกว่าปกติ ซึ่งเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น การบิดที่เกิดจากกล้ามเนื้อและโครงสร้างของสะโพก เข่า การผิดรูปของเท้า

เท้าบิดออกมากผิดปกติ (Out-toeing) ผลเสียที่ตามมาหากละเลย

การเดินแบบเท้าบิดออกมากกว่าปกติ ทำให้ประสิทธิภาพการเดินลดลง ลักษณะการเดินที่ผิดปกติ เสี่ยงต่อการบาดเจ็บมากขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถส่งผลต่อการผิดปกติของกล้ามเนื้อ เอ็น และข้อของขาและเท้า

เท้าบิดออกมากผิดปกติ (Out-toeing) จำเป็นต้องรักษาไหม?

ควรได้รับการรักษาหากพบในช่วงที่เลยวัยเด็กเล็ก (ตั้งแต่ 5 ปีเป็นต้นไป) หรือมีอาการปวด หรือส่งผลต่อพัฒนาการและการเคลื่อนไหว โดยรูปแบบการรักษาขึ้นอยู่กับสาเหตุของอาการ เช่น การฝึกเดินในกรณีที่เกิดจากความนิสัยการเดิน การใส่แผ่นรองเท้าในกรณีที่เกิดจากเท้าผิดรูป

เท้าบิดออกมากผิดปกติ (Out-toeing) ใส่แผ่นรองเท้านานขนาดไหนถึงเริ่มเห็นผล?

หากเท้าบิดออกมากผิดปกติมีสาเหตุมาจากลักษณะเท้าที่ผิดปกติ โดยส่วนมากจะเห็นผลตั้งแต่เริ่มใส่แผ่นรองเท้า เนื่องจากแผ่นรองเท้ามีหน้าที่ในการควบคุมและปรับดัดเท้าที่ผิดรูป อย่างไรก็ตามหากผู้ป่วยมีอาการปวดจากเท้าที่ผิดรูปร่วมด้วย อาการปวดมักจะดีขึ้นภายในระยะเวลาประมาณ 1 เดือน หลังใช้แผ่นรองเท้าเป็นประจำ โดยแนะนำให้ใช้งานตามชีวิตประจำวันปกติ เช่น ทำงาน เที่ยว หรือเมื่อทำกิจกรรมที่มักมีอาการปวด

 

สนใจสินค้า แผ่นรองเท้า เท้าแบน หรือต้องการปรึกษาปัญหา เท้าผิดรูป ปรับรูปเท้า ออฟฟิศซินโดรม กับหมอรักษาเท้ามืออาชีพ ติดต่อได้ที่ :


« Back to Blog

สอบถามเพิ่มเติม