สัญญาณที่บอกว่า “ลูกควรตรวจสุขภาพเท้าได้แล้ว”

สัญญาณที่บอกว่า “ลูกควรตรวจสุขภาพเท้าได้แล้ว”


1 minute read

Listen to article
Audio is generated by AI and may have slight pronunciation nuances.

Table of Contents

เวลาพูดถึงสุขภาพของเด็ก ผู้ปกครองส่วนใหญ่มักให้ความสำคัญกับเรื่องสายตา ฟัน หรือพัฒนาการด้านการเรียน แต่หนึ่งในสิ่งที่มักถูกมองข้ามคือ “สุขภาพเท้า” ทั้งที่เท้าเป็นโครงสร้างสำคัญที่ต้องรับน้ำหนักของร่างกายทุกวัน และมีบทบาทต่อการเดิน วิ่ง การทรงตัว รวมถึงพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหวของเด็ก

เด็กหลายคนอาจมีความผิดปกติของเท้าโดยที่ผู้ปกครองไม่ทันสังเกต เพราะในช่วงแรกอาจยังไม่มีอาการชัดเจน เด็กยังสามารถวิ่งเล่นหรือใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ แต่เมื่อโตขึ้น หรือเริ่มมีกิจกรรมที่ใช้ร่างกายมากขึ้น ความผิดปกติเหล่านี้อาจเริ่มส่งผลต่อการใช้งานของเท้า ข้อเท้า เข่า หรือขาได้ โดยเฉพาะ “ภาวะเท้าแบน” ซึ่งเป็นหนึ่งในปัญหาที่พบได้บ่อยในเด็ก 

เด็กเท้าแบนทุกคนผิดปกติหรือไม่?

ในเด็กเล็ก ภาวะเท้าแบนอาจถือเป็นเรื่องปกติได้ เพราะโครงสร้างของอุ้งเท้ายังพัฒนาไม่สมบูรณ์ เด็กหลายคนจึงดูเหมือนมีอุ้งเท้าแบนในช่วงวัยต้น ๆ และมักค่อย ๆ มีอุ้งเท้าชัดเจนมากขึ้นเมื่อโตขึ้น โดยเฉพาะช่วงอายุประมาณ 5–6 ปีขึ้นไป

ดังนั้น “เท้าแบน” เพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าเด็กทุกคนจำเป็นต้องรักษา แต่สิ่งสำคัญคือ การสังเกตว่าเท้าแบนดังกล่าวเริ่มส่งผลต่อการใช้งาน การเดิน หรือก่อให้เกิดอาการผิดปกติหรือไม่ 

สัญญาณที่ผู้ปกครองควรสังเกต 

แม้เด็กบางคนอาจยังบอกอาการตัวเองได้ไม่ชัด แต่ร่างกายมักมี “สัญญาณเล็ก ๆ” ที่บอกว่าควรเข้ารับการตรวจสุขภาพเท้าเพื่อประเมินเพิ่มเติม เช่น

เดินหรือวิ่งแล้วเหนื่อยง่ายกว่าปกติ

เด็กบางคนอาจไม่ชอบเดินไกล วิ่งไม่นานก็เมื่อย หรือขออุ้มบ่อยกว่าปกติ โดยเฉพาะหลังจากทำกิจกรรมที่ต้องยืนหรือเดินนาน

ปวดเท้า ข้อเท้า หรือปวดขาบ่อย

อาการปวดอาจเกิดบริเวณฝ่าเท้า ส้นเท้า น่อง หรือเข่า โดยเฉพาะช่วงเย็นหลังใช้งาน แม้อาการปวดขาในเด็กบางส่วนอาจเป็น “growing pain” ที่พบได้ในวัยเจริญเติบโต แต่หากปวดซ้ำบ่อย ปวดข้างเดิม หรือสัมพันธ์กับการเดินและวิ่ง ก็ควรได้รับการประเมินเพิ่มเติม 

รองเท้าสึกผิดปกติ

รองเท้าที่สึกด้านในมากกว่าปกติ หรือส้นรองเท้าเอียงเร็ว อาจเป็นสัญญาณของการลงน้ำหนักที่ผิดปกติ เช่น เท้าม้วนเข้าด้านในมากเกินไป (overpronation) ซึ่งพบร่วมกับเท้าแบนได้บ่อย

ข้อเท้าล้มเข้าด้านในชัดเจน

เวลายืนผู้ปกครองอาจสังเกตเห็นว่าข้อเท้าของเด็กเอียงเข้าด้านในมาก หรือส้นเท้าดู “ล้ม” จนแนวขาเปลี่ยนไปจากปกติ

เดินสะดุด หกล้มบ่อย หรือทรงตัวไม่ดี

เมื่อโครงสร้างเท้าไม่มั่นคงอาจส่งผลต่อการทรงตัว ทำให้เด็กบางคนวิ่งแล้วเสียการทรงตัวง่าย หรือไม่มั่นคงเวลาเล่นกีฬา

ทำไมการตรวจตั้งแต่เนิ่น ๆ ถึงสำคัญ

แม้ว่าความผิดปกติของเท้าในเด็กหลายกรณีอาจไม่ได้รุนแรง แต่การตรวจประเมินตั้งแต่เนิ่น ๆ ช่วยให้สามารถติดตามพัฒนาการของโครงสร้างเท้า และแยกได้ว่าเป็น “ภาวะตามวัย” หรือเริ่มส่งผลต่อการใช้งานจริงแล้ว

ในบางกรณี การดูแลตั้งแต่ระยะแรกอาจช่วยลดอาการเจ็บปวด และลดโอกาสที่ปัญหาจะส่งผลต่อข้อเท้า เข่า หรือรูปแบบการเดินในระยะยาวได้ การดูแลอาจเริ่มตั้งแต่การเลือกรองเท้าที่เหมาะสม การออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างสุขภาพเท้า กล้ามเนื้อและการทรงตัว ไปจนถึงการใช้แผ่นรองเท้าเฉพาะบุคคล (orthotic insoles) เพื่อช่วยพยุงอุ้งเท้าและปรับการกระจายน้ำหนักให้เหมาะสมมากขึ้นในเด็กบางราย

อย่ารอให้ “ปวดมาก” ค่อยตรวจ

เด็กจำนวนมากสามารถปรับตัวกับความผิดปกติของร่างกายได้ดี จนบางครั้งผู้ปกครองอาจไม่ทันสังเกตว่าลูกกำลังมีปัญหา ดังนั้นการสังเกตพฤติกรรมเล็ก ๆ ระหว่างการเดิน วิ่ง หรือเล่นในชีวิตประจำวัน จึงเป็นสิ่งสำคัญ 

เพราะบางครั้ง “สัญญาณเล็ก ๆ” ที่ดูเหมือนไม่สำคัญ อาจเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาที่ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของเด็กในระยะยาวได้ และการตรวจประเมินตั้งแต่เนิ่น ๆ อาจช่วยให้เด็กสามารถเติบโต ใช้งานร่างกาย และทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างมั่นใจมากขึ้นในอนาคต ที่ PBS เรามีทีมนักกายอุปกรณ์พร้อมให้คำแนะนำและให้บริการกายอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นแผ่นรองเท้าเฉพาะบุคคล สำหรับผู้ที่มีความผิดปกติที่เท้า และอุปกรณ์ประคองเท้าและข้อเท้า (Ankle Foot Orthosis) เพื่อช่วยในการเดินเหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการเท้าตก ท่านที่สนใจเลือกใช้แผ่นรองเท้าสำหรับโรครองช้ำ เท้าแบน เท้าผิดรูป หรืออุปกรณ์ประคองเท้าและข้อเท้าสำหรับช่วยในการเดิน สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือปรึกษาการเลือกใช้แผ่นรองเท้าเฉพาะบุคคล PBS และอุปกรณ์ประคองเท้าและข้อเท้าได้ที่สาขาใกล้บ้านท่าน

ที่มา

FAQ ลักษณะ/อาการความผิดปกติที่พบได้บ่อย

เท้าแบนในเด็ก (Pediatric Flexible Flatfoot) คืออะไร?

เท้าแบนในเด็กคือลักษณะเท้าที่บริเวณอุ้งเท้าด้านในล้มลงหรือแบนราบไปกับพื้น โดยเฉพาะในขณะยืนรับน้ำหนักตัว พบได้ในเด็กหรืออยู่ในช่วงวัยที่กำลังเติบโต

เท้าแบนในเด็ก (Pediatric Flexible Flatfoot) ผลเสียที่ตามมาหากละเลย

ถึงแม้ว่าเท้าแบนในเด็กจะมีโอกาสหายได้เองเมื่อเริ่มโตขึ้น แต่อย่างไรก็ตามหากไม่ได้รับการติดตามอาการหรือดูแล ลักษณะเท้าที่ผิดรูปอาจส่งผลทำให้เกิดอาการเจ็บ ปวด เมื่อย หรือท่าทางการเดินที่ผิดปกติได้ และเท้าสามารถผิดรูปเพิ่มขึ้นได้

เท้าแบนในเด็ก (Pediatric Flexible Flatfoot) จำเป็นต้องรักษาไหม?

ผู้ปกครองควรสังเกตอาการเป็นประจำ หากเด็กมีลักษณะเท้าที่ผิดรูปมากขึ้น มีอาการปวด หรือส่งผลต่อการเดินและการดำเนินชีวิต ควรปรีกษาแพทย์และผู้เชี่ยวชาญ

เท้าแบนในเด็ก (Pediatric Flexible Flatfoot) ใส่แผ่นรองเท้านานขนาดไหนถึงเริ่มเห็นผล?

อาการปวดที่เกิดจากเท้าแบนมักจะดีขึ้นภายในระยะเวลาประมาณ 1 เดือน หลังใช้แผ่นรองเท้าเป็นประจำ ในส่วนของการปรับแก้ความผิดรูป มีปัจจัยอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น ระยะเวลาในการใส่ ความยืดหยุ่นของเท้าและกล้ามเนื้อ ระดับการผิดรูปและน้ำหนักตัว แต่ส่วนมากมักจะสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ ประมาณ 6-12 เดือน หลังใส่

 

สนใจสินค้า แผ่นรองเท้า เท้าแบน หรือต้องการปรึกษาปัญหา เท้าผิดรูป ปรับรูปเท้า ออฟฟิศซินโดรม กับหมอรักษาเท้ามืออาชีพ ติดต่อได้ที่ :

 

« Back to Blog

สอบถามเพิ่มเติม