จริงหรือ? ที่ผู้หญิงเสี่ยงต่อการเป็นเท้าแบนมากกว่าผู้ชาย

จริงหรือ? ที่ผู้หญิงเสี่ยงต่อการเป็นเท้าแบนมากกว่าผู้ชาย


1 minute read

Listen to article
Audio is generated by AI and may have slight pronunciation nuances.

Table of Contents

เท้าแบน (Flat foot หรือ Pes planus) เป็นภาวะที่ความโค้งของอุ้งเท้าเตี้ยลงหรือแบนราบเมื่อมีการลงน้ำหนัก โดยปกติแล้วอุ้งเท้ามีหน้าที่สำคัญในการช่วยดูดซับแรงกระแทก และช่วยกระจายน้ำหนักของร่างกายขณะเดินหรือวิ่ง เมื่อโครงสร้างของอุ้งเท้ามีการผิดรูป อาจทำให้การกระจายน้ำหนักที่ฝ่าเท้าเปลี่ยนไปจากปกติ และอาจส่งผลให้เกิดอาการปวดบริเวณฝ่าเท้า ข้อเท้า หรือแม้แต่บริเวณเข่าและขาได้ในบางราย

แม้ว่าเท้าแบนสามารถพบได้ทั้งในผู้ชายและผู้หญิง แต่จากงานวิจัยหลายชิ้นพบว่า ผู้หญิงมีแนวโน้มเกิดเท้าแบนในช่วงวัยผู้ใหญ่มากกว่าผู้ชาย โดยมีปัจจัยหลายอย่างประกอบร่วมกันทั้งปัจจัยทางกายภาพ และปัจจัยทางด้านพฤติกรรม เช่น

ความยืดหยุ่นของเอ็นและเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน

โดยทั่วไปแล้วผู้หญิงมักมีความยืดหยุ่นของเอ็นและข้อต่อมากกว่าผู้ชาย เมื่อเอ็น (ligament) และเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน (connective tissue) ที่เป็นโครงสร้างที่ทำหน้าที่ยึดกระดูกเข้าด้วยกันและช่วยพยุงข้อต่อ รวมถึงมีบทบาทสำคัญในการช่วยพยุงโครงสร้างของอุ้งเท้า ทำให้เมื่อโครงสร้างเหล่านี้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น ก็สามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บและลดความสามารถในการพยุงอุ้งเท้าได้ โดยเฉพาะกรณีที่มีการลงน้ำหนักที่เท้าเป็นเวลานาน เช่น การยืนหรือเดินต่อเนื่อง ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดเท้าแบนในระยะยาว

ลักษณะทางกายวิภาคของช่วงล่าง 

ครงสร้างของร่างกายผู้หญิงมีความแตกต่างจากผู้ชายในบางด้าน โดยเฉพาะบริเวณกระดูกเชิงกราน ผู้หญิงมักมีกระดูกเชิงกรานที่กว้างกว่า ซึ่งส่งผลต่อแนวของกระดูกต้นขาและข้อเข่า ความแตกต่างนี้ทำให้เกิดมุมระหว่างสะโพกกับข้อเข่าที่มากขึ้น ซึ่งเรียกว่า Q-angle เมื่อแนวของขาเปลี่ยนไป แรงที่ส่งผ่านจากขาไปยังเท้าอาจมีลักษณะต่างจากผู้ชาย ส่งผลให้เท้ามีแนวโน้มล้มเข้าด้านในมากขึ้น (pronation) การลงน้ำหนักลักษณะนี้สามารถเพิ่มแรงกดต่อโครงสร้างของอุ้งเท้า และอาจมีส่วนทำให้เกิดเท้าแบนได้ง่ายขึ้น

ปัจจัยด้านฮอร์โมน

ฮอร์โมนในร่างกายสามารถมีผลต่อความยืดหยุ่นของเส้นเอ็น เนื้อเยื่อเกี่ยวพัน และกระดูกได้ เช่น Estrogen และ Relaxin สามารถทำให้เนื้อเยื่อมีความยืดหยุ่นมากขึ้นในระหว่างตั้งครรภ์ รวมถึงมีปัจจัยอื่นๆ เช่น น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น มวลกระดูกลดลง ปัจจัยเหล่านี้อาจส่งต่อโครงสร้างที่ช่วยพยุงอุ้งเท้า ทำให้เป็นเท้าแบนได้ง่าย นอกจากนี้ผู้หญิงยังมีความเสี่ยงต่อการเป็นกระดูกพรุนมากกว่าผู้ชายเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเมื่อเข้าสู่วัยทองอีกด้วย

การเลือกใช้รองเท้า

รูปแบบรองเท้าที่สวมใส่ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่มีผลต่อความผิดรูปและปัญหาสุขภาพเท้า รองเท้าบางประเภทที่ผู้หญิงนิยมสวมใส่ เช่น รองเท้าส้นสูง หรือรองเท้าที่มีพื้นที่หน้าเท้าแคบ อาจทำให้การกระจายน้ำหนักที่ฝ่าเท้าเปลี่ยนไปจากปกติ

รองเท้าส้นสูงสามารถทำให้น้ำหนักตัวถูกถ่ายไปยังบริเวณหน้าเท้ามากขึ้น ขณะเดียวกันรองเท้าที่ขาดการรองรับอุ้งเท้าอย่างเพียงพออาจทำให้โครงสร้างของเท้าต้องรับแรงมากขึ้น หากสวมใส่รองเท้าลักษณะดังกล่าวเป็นเวลานาน อาจเพิ่มความเสี่ยงต่ออาการเมื่อยล้าของเท้าและปัญหาที่เกี่ยวข้องกับอุ้งเท้าได้


แม้ว่าผู้หญิงอาจมีปัจจัยบางประการที่ทำให้มีความเสี่ยงต่อภาวะเท้าแบนมากกว่าผู้ชาย แต่ภาวะนี้สามารถดูแลและป้องกันได้หลายวิธี เช่น  การใช้แผ่นรองเท้าตัดเฉพาะบุคคล ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยพยุงอุ้งเท้า และปรับดัดเท้าที่ผิดรูป ช่วยปรับแนวการลงน้ำหนักของเท้าให้เหมาะสมมากขึ้น ลดแรงกดต่อโครงสร้างของเท้า และช่วยลดอาการไม่สบายที่เกิดจากภาวะเท้าแบนได้ นอกจากนี้การเลือกรองเท้าที่มีการรองรับอุ้งเท้าอย่างเหมาะสม การหลีกเลี่ยงการสวมรองเท้าส้นสูงเป็นเวลานาน รวมถึงการออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อบริเวณเท้าและข้อเท้า สามารถช่วยป้องกันและบรรเทาความผิดปกติที่เกิดจากเท้าแบนได้ด้วย

ที่ PBS เรามีทีมนักกายอุปกรณ์พร้อมให้คำแนะนำและให้บริการกายอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นแผ่นรองเท้าเฉพาะบุคคล สำหรับผู้ที่มีความผิดปกติที่เท้า และอุปกรณ์ประคองเท้าและข้อเท้า (Ankle Foot Orthosis) เพื่อช่วยในการเดินเหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการเท้าตก ท่านที่สนใจเลือกใช้แผ่นรองเท้าสำหรับโรครองช้ำ เท้าแบน เท้าผิดรูป หรืออุปกรณ์ประคองเท้าและข้อเท้าสำหรับช่วยในการเดิน สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือปรึกษาการเลือกใช้แผ่นรองเท้าเฉพาะบุคคล PBS และอุปกรณ์ประคองเท้าและข้อเท้าได้ที่สาขาใกล้บ้านท่าน


Facebook: PBSofficial.TH

Line official: @pbs.official

ที่มา

FAQ ลักษณะ/อาการความผิดปกติที่พบได้บ่อย

เท้าแบนในผู้ใหญ่ (Acquired Adult Flatfoot) คืออะไร?

เท้าแบนในผู้ใหญ่คือเท้าบริเวณอุ้งเท้าด้านในล้มลงหรือแบนราบไปกับพื้น โดยมักจะล้มลงเรื่อยๆ เนื่องจากเท้าแบนในผู้ใหญ่ มักเกิดจากอาการบาดเจ็บ อักเสบ หรือเสื่อมสภาพของเส้นเอ็นพยุงอุ้งเท้า (Posterior tibial tendon)

เท้าแบนในผู้ใหญ่ (Acquired Adult Flatfoot) ผลเสียที่ตามมาหากละเลย

ผู้ป่วยอาจมีลักษณะเท้าผิดรูปเพิ่มมากขึ้น นำไปสู่อาการปวดเรื้อรัง ปัญหาเท้าอื่นๆ อาการข้อบวมอักเสบ มีผลต่อการเคลื่อนไหว หรืออาจผิดรูปแบบติดแข็ง (fixed deformity) เมื่อปล่อยทิ้งไปเป็นระยะเวลานาน

เท้าแบนในผู้ใหญ่ (Acquired Adult Flatfoot) จำเป็นต้องรักษาไหม?

ควรเข้ารับการรักษา โดยมีเป้าหมายเพื่อป้องกันการผิดรูปที่มากขึ้น และลดอาการปวด อย่างไรก็ตามหากอาการผิดรูปเป็นแบบติดแข็ง อาจจำเป็นต้องพิจารณาเข้ารับการผ่าตัด

เท้าแบนในผู้ใหญ่ (Acquired Adult Flatfoot) ใส่แผ่นรองเท้านานขนาดไหนถึงเริ่มเห็นผล?

อาการปวดที่เกิดจากเท้าแบนมักจะดีขึ้นภายในระยะเวลาประมาณ 1 เดือน หลังใช้แผ่นรองเท้าเป็นประจำ โดยแนะนำให้ใช้งานตามชีวิตประจำวันปกติ เช่น ทำงาน เที่ยว หรือเมื่อทำกิจกรรมที่มักมีอาการปวด (หมายเหตุ: ในกรณีที่ผู้ป่วยมีโรคประจำตัวบางประเภท เช่น โรคเส้นประสาทส่วนปลาย (Peripheral Neuropathy) โรคเบาหวาน (Diabetes) มีแผลกดทับเรื้อรัง หรือเท้าเบาหวานชาคอต (Charcot Foot) ผู้ป่วยได้รับการตรวจประเมินอย่างละเอียดจากแพทย์ประจำตัว เพื่อทราบระดับอาการในปัจจุบัน การพยากรณ์โรค และแนวทางการรักษาของแพทย์ก่อนดำเนินการรักษา เนื่องด้วยผู้ป่วยโรคประเภทนี้มักจะมีอาการแทรกซ้อนได้ง่าย และอาจจะไม่เหมาะกับการรักษาด้วยแผ่นรองเท้าบางประเภท ขึ้นอยู่กับระดับอาการและการพยากรณ์โรค)

 

สนใจสินค้า แผ่นรองเท้า เท้าแบน หรือต้องการปรึกษาปัญหา เท้าผิดรูป ปรับรูปเท้า ออฟฟิศซินโดรม กับหมอรักษาเท้ามืออาชีพ ติดต่อได้ที่ :

 

« Back to Blog

สอบถามเพิ่มเติม